| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี |
|
| Friday, 25 November 2016 09:38 | |||
|
Company Update & News Comment (+) CK: งานภาครัฐหนุนรายได้เติบโต
ปัจจัยและทิศทางตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หยุดซื้อขายคืนที่ผ่านมาหนึ่งวัน แต่ค่าดอลล่าร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) เดินหน้าต่อ เป็นสัญญาณถึงการคาดการณ์ของตลาดในเรื่องทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทรงๆตัวและเป็นลบในตลาดเอเซียหลายตลาด ซึ่งมาจากเรื่องของแรงขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศที่มีการขายหุ้นต่อเนื่อง แม้จะลดระดับลงบ้างก็ตาม ทิศทางราคาน้ำมันดับ WTI ยังเป็น sideway ข้อมูลตัวเลขการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันที่จะประชุมเพื่อสรุปในสัปดาห์หน้า มีผลต่อราคาน้ำมันมากที่สุดในเวลานี้รวมถึงตลาดหุ้นด้วย ตัวเลขการลดกำลังการผลิตรวมๆ น่าจะอยู่ในช่วง 0.7-1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน กล่าวคือ ยิ่งลดมากเท่าใด จะเป็นบวกต่อราคาน้ำมันและตลาดมากเท่านั้น แต่ถ้าลดน้อยกว่านี้ อาจถือว่าไม่มีนัยยะสำคัญ จะเป็นลบต่อราคาน้ำมันดิบ ..... ตลาดกำลังรอดูการตัดสินใจของ รัสเซียและอิหร่าน ที่มีการผลิตน้ำมันดิบที่มีการเปิดเผย 10.2 และ 3.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งสองประเทศนี้ยังไม่สามารถระบุกำลังการผลิตที่จะลดลงได้ ปัจจัยภายในประเทศ สองตัวแปรที่มีผล คือ การขายของนักลงทุนต่างประเทศ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ที่มียอดขายสุทธิในเดือน พ.ย. รวมกัน 9.4 หมื่นล้านบาท นั้นจะหยุดขายลงเมื่อใด เราขอเพียงการขายที่ชะลอลง ก็น่าจะเป็นบวกต่อตลาดได้แล้ว อีกหนึงตัวแปร เป็นตัวแปรในทางบวกของตลาดอยู่แล้ว คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งการลงทุน (รถไฟฟ้า) และการอัดฉีดเงินเข้าระบบ ทั้งวิธี ลดภาษีและให้เงินมาเลย (Helicopter Money) ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการบริษัทในตลาดได้อานิสงค์จากการนี้ด้วย ทิศทางตลาดหุ้นไทย จากวันก่อนที่พลิกความคาดหมายคือปรับตัวลง ด้วยแรงขายนักลงทุนต่างประเทศ ที่ตลาดกลับมากังวลต่อทิศทางดอกเบี้ย จึงอาจมีการชะลอการซื้อหรือขายทำกำไรช่วงสั้นก่อนเข้าสู่วันหยุด ซึ่งจะทำให้ตลาดวันนี้ น่าจะผันผวนในกรอบสั้นๆ มีโอกาสที่จะปิดได้ทั้งแกนบวกและลบ ปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน คือ ค่าเงินบาท (ดอลล่าร์) และตัวเลขเงินสำรองต่างประเทศ ที่ธปท.จะรายงานในช่วงบ่าย กลยุทธ์การลงทุน ทิศทางตลาดยังคาดยาก อาจต้องรอให้ผ่านช่วงวันหยุดนี้ไปก่อน เรายังแนะนำเก็งกำไรช่วงสั้นๆ หุ้นกลุ่มเด่นๆ เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ หุ้นที่จ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูง (high dividend) และหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก(โดยปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน หรือกำลังจะดีขึ้น) ....... สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ ADVANC , DIF , MC , ROBINS , UV
ประเด็นสำคัญ - ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (24 พ.ย.) – SET Index ปิดที่ 1,490.11 จุด ลดลง 6.25 จุด หรือ -0.42% มูลค่าการซื้อขาย 33,752.37 ล้านบาท นักลงทุนมีการจับตารอดูสถานการณ์การโยกย้ายเงินสดของต่างประเทศซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ - ตลาดหุ้นต่างประเทศ – ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ด้าน Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.3% ปิดที่ 341.84 จุด ได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ของประเทศเยอรมันที่ออกมาดี แต่โวลุ่มการซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง - ราคาน้ำมันดิบ WTI – ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า - เศรษฐกิจยุโรป – ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุเตือนในรายงานรอบครึ่งปีในวันนี้ว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในประเทศเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว กำลังสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของยูโรโซน - เศรษฐกิจญี่ปุ่น – กระทรวงสื่อสารและฝ่ายกิจกรรมภายในประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวลดลง 0.4% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี - เศรษฐกิจไทย – รมช. กระทรวงการคลังระบุว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์ จะมีการเสนอมาตรการของขวัญปีใหม่หรือช็อปช่วยชาติเผื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ - เศรษฐกิจไทย – สคร. เปิดเผยว่า การลงทุนของรัฐวิสาหกิจในไตรมาส 3/59 ขยายตัว 10.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ 8.2% - กลุ่มรับเหมาฯ – รฟม. ระบุว่าผู้เข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ITD, CK, UNIQ, STEC) ผ่านการประเมินด้านเทคนิคทุกราย และคาดจะเปิดซองราคาเดือน ม.ค. 2017
News Release
WHAเคลียร์หนี้เกลี้ยงฉุดD/Eลดฮวบ1.8เท่า มั่นใจส่ง WHAUP เข้าเทรดทันไตรมาส 1/60 + WHA ลั่นเคลียร์หนี้เงินกู้แบงก์ซื้อ “เหมราช” หมดเกลี้ยงแล้ว ฉุด D/E ลดฮวบเหลือ 1.8 เท่า ย้ำไม่กระเทือนหากกลุ่มเฟรเซอร์ส อาจย้ายเช่าคลังสินค้า TICON แทน มั่นใจส่ง WHAUP เข้าเทรดไตรมาส 1/60 ทันตามแผน ฟากโบรกฯย้ำจังหวะดีเข้าเก็บหุ้น ให้ราคาเป้าหมาย 3.48 บาท ลุ้นไตรมาส 4 ลุ้นกำไรโตนิวไฮ(ข่าวหุ้น)
BTS-BEMลุ้นสัปดาห์หน้าเปิดซอง“ชมพู-เหลือง” + “BTS-BEM” ลุ้นรฟม.เปิดซองที่สอง “ข้อเสนอผลตอบแทน-การลงทุน” รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลืองในสัปดาห์หน้า “ผู้ว่ารฟม.” ย้ำต้นเดือน ธ.ค.นี้ รู้ผลแพ้ชนะ พร้อมลุยเปิดซองงานโยธาสายสีส้มคาดได้ลงนามเดือน พ.ค.60 (ข่าวหุ้น)
COM7เนื้อหอมกองทุนออกล่าหุ้นใหญ่บิ๊กล็อต + “COM7” เนื้อหอม! ผู้ถือหุ้นใหญ่เทขายบิ๊กล็อตให้กองทุน 60 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5% ในราคา 12.75บาท มูลค่ารวม 765 ล้านบาท ฟาก “ซีอีโอ” ลั่นพื้นฐานธุรกิจแกร่ง มัดใจกองทุนเข้าเก็บ งบไตรมาส 4 พีค รับผลบวกไฮซีซั่นธุรกิจ (ข่าวหุ้น)
AOTแจ้งงบปี59วันนี้ กำไรพุ่ง1.9หมื่นล้าน + “AOT” ประกาศงบปี 59 วันนี้ โบรกฯฟันธงโชว์กำไรสุทธิพุ่ง 19,619 ล้านบาท แม้ไตรมาส 4 คาดกำไรสุทธิ 4,262 ล้านบาท ลดลง 27% เพราะไม่มีรายการพิเศษ แถมอาจเจอขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท(ข่าวหุ้น)
EKHเนื้อหอมกองทุนรุม ปักหมุดรายได้ปี60โต10% + EKH เตรียมสรุปแผนธุรกิจปี 2560 วางเป้ารายได้เติบโต 8-10% รับแรงหนุนจากการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และการร่วมมือกับ BH เล็งแผนขยายธุรกิจออกไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติม แย้มกองทุนสิงคโปร์ขอเข้ามาพูดคุย ด้านโบรกส่องเทคนิคหุ้น EKH แกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ลุ้นวิ่งทดสอบแนวต้าน 7.50 บาท(ทันหุ้น)
'JSP' กอดแบ็กล็อกเพียบ จ่อบุ๊กโค้งท้าย 2 พันล้าน + โบรกส่องกล้อง JSP กอด Backlog ในมือแน่น 5,618 ล้านบาท คาดบุ๊กเข้า Q4/2559 ที่ 2,090 ล้านบาท ส่วนที่เหลือบุ๊กในปีหน้า พร้อมปรับประมาณการรายได้และกำไรสุทธิของปีนี้ลง 31% และ 57% ตามลำดับ คาดกวาดรายได้ที่ 3,435 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 281 ล้านบาท (ทันหุ้น)
HTECH กำไรติดจรวดพุ่ง 138% เตรียมย้ายบ้านลงกระดาน SET + "HTECH" โชว์กำไรไตรมาส 3/2559 หรูพุ่งพรวด 138.78% แตะ 33.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.44 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพร้อมเผยเตรียมย้ายหุ้นเข้าซื้อขายในตลาด SET หลังเพิ่มทุน PP แล้วเสร็จ ฟากโบรกประเมินแนวต้าน 5.00 บาท (ทันหุ้น)
BPPลุยอัพการผลิตไฟฟ้า อัดฉีดงบ72ล้านดอลลาร์ + BPP เร่งเครื่องอัพกำลังการผลิตไฟฟ้าเต็มสูบ หวังโกยรายได้ระยะยาว ล่าสุดเตรียมงบลงทุน 3 ปี กว่า 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลุยธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ วางเป้าปี 2563 มีกำลังการผลิต 2800 เมกะวัตต์ พร้อมลงทุนเพิ่มอีก 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลิตไฟฟ้าให้ได้ตามเป้าหมาย 4300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 (ทันหุ้น)
มงคล พ่วงเภตรา นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ License No: 001937 Tel: 02-648-1123 และทีมวิเคราะห์
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 25 พ.ย. 2559
|
Comments