หอการค้าไทยหนุนหักภาษีตราสารหนี้15% แก้บาทแข็ง |
![]() |
![]() |
![]() |
Monday, 11 October 2010 16:56 | |||
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการใช้มาตรการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งด้วยการเก็บภาษีดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 จากนักลงทุนต่างชาติที่นำเงินเข้ามาซื้อพันธบัตรของรัฐบาล โดยระบุว่า ตนเองเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาในต่างประเทศอย่างประเทศชิลี ก็เคยดำเนินนโยบายดังกล่าวมาแล้ว ที่ผ่านมา การออกมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลทั้งการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทในการนำเข้าสินค้าทุนนั้น จะเห็นผลในระยะยาวมากกว่า จึงมองว่ายังไม่ได้ผลมากนัก ส่วนของมาตรการระยะสั้น สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบรุนแรง รัฐบาลควรจะแยกแยะผู้ประกอบการที่เสียหายจากความผันผวนของค่าเงินบาทให้ชัดเจน และมีหลักฐานพิสูจน์ว่า ได้รับผลกระทบจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นรายๆ ไป ส่วนในระยะยาว มองว่า ค่าเงินบาท แม้จะแข็งค่าขึ้น ก็จะไม่กระทบกับผู้ประกอบการมากนัก หากผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องค่าเงินบาท เนื่องจากผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี กว่าร้อยละ 99 ไม่มีความเข้าใจว่าอัตราแลกเปลี่ยนคืออะไร ดังนั้น รัฐบาลควรจะเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ประกอบการเพื่อให้มีการปรับตัว แทนที่จะรอให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการหอการค้าไทย เชื่อว่า ปีนี้ เงินบาทของไทยจะแข็งค่าขึ้นในระดับ 29.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจัยที่ภาคการส่งออกของไทยยังขยายตัวดีอยู่ และสหรัฐออกนโยบายผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปีนี้ รวมทั้งแนวโน้มค่าเงินหยวนของจีนมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอีกร้อยละ 20 - 30 และมองว่าในปี 2554 เงินบาทของไทย จะแข็งค่าที่ประมาณ 28.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้าน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เห็นด้วยหากรัฐบาลจะออกมาตรการเก็บภาษีหักดอกเบี้ย ณ ที่จ่าย ร้อยละ 15 สำหรับตราสารหนี้ เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดค่าเงินได้ทันทีประมาณ 12 สตางค์ หรือมาอยู่ที่ประมาณ 30.02-30.05 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมาตรการนี้สะท้อนถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาค่าเงินบาทของรัฐบาล เมื่อเทียบกับมาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาเท่าที่ควร โดย นายไพบูลย์ เสนอว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรส่งสัญญาณว่าจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะก่อนหน้านี้นักเก็งกำไรค่าเงินประเมินกันว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงเข้ามาลงทุนในตลาดเงินของไทยอย่างต่อเนื่อง
|
![]() | Today | 783 |
![]() | All days | 783 |
Comments