| ตลท.เผยครึ่งปีแรกบจ.กำไรรวม346,602ล.ลดลง14.86% |
|
| Friday, 07 September 2012 15:51 | |||
|
สายงานวางแผนและกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงาน SET Note Quarterly Corporate Update พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 แม้ว่าบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวมลดลงจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและผลของการขาดทุนสต็อกสินค้าคงคลังในกลุ่มทรัพยากรและสินค้าอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิที่ลดลงกระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ในบางอุตสาหกรรม ขณะที่ภาพรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นยังคงขยายตัวดีจากยอดขายที่ปรับสูงขึ้นและพบว่าบริษัทจดทะเบียนกว่าครึ่งมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มกลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มบริการ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 บริษัทจดทะเบียนมียอดขายเพิ่มขึ้น 13.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในอัตราสูงกว่าส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับลดลง ประกอบกับบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งในกลุ่มทรัพยากร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมมีผลขาดทุนสต็อกสินค้าคงคลังตามราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และราคาเหล็กที่ปรับลดลงในช่วงปลาย ไตรมาส 2/2555 ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวม 346,602 ล้านบาท ลดลง 14.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ กำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับลดลงกระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ในบางอุตสาหกรรม สะท้อนจากจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่มีผลกำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ถึง 431 บริษัท คิดเป็น 79.37% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด โดยมีจำนวนบริษัทที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 282 บริษัท คิดเป็น 51.93% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด
สำหรับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนทุกรายการ ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีชี้วัดฐานะทางการเงินของ บริษัทจดทะเบียนสะท้อนความเสี่ยงสูงขึ้นจากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มั่นคงเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2551 – 2552 และช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 – 2541
ในด้านการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ถาวร บริษัทจดทะเบียนลงทุนต่อเนื่องโดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 214,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนทั้งด้านมูลค่าการลงทุนและจำนวนบริษัทที่ลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นยกเว้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างและกลุ่มที่เข้าข่ายฟื้นฟูกิจการ โดยกลุ่มที่มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นในอัตราสูงคือ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ
ด้านการระดมทุนจากตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในช่วงแรกของปี 2555 มีจำนวนบริษัทระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นแต่มูลค่าการระดมทุนปรับลดลง โดยมีมูลค่ารวม 60,828 ล้านบาท ลดลง 11.69% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2555 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิ 131,314 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2/2554 และลดลงเมื่อเทียบกับผลประกอบการไตรมาส 1/2555 เนื่องจากผลขาดทุนสต็อกสินค้าคงคลังและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนของกลุ่มทรัพยากรและสินค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก
|
Comments