Error
บลจ.ไอเอ็นจีปลื้มLTF-RMFชู“แวลูพลัสฯ”ตอบแทนถึง32.58%
Print
Wednesday, 03 October 2012 21:56

บลจ.ไอเอ็นจี  โชว์ผลการดำเนินงานกองทุน LTF-RMF หุ้นทุน สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะกองทุน “แวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว” ที่สร้างตอบแทนสูงถึง 32.58% (ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 28 ก.ย.) ชี้ปัจจัยหลักมาจากนโยบายในการคัดกรองหุ้นและการจับจังหวะลงทุนของผู้จัดการกองทุน เชื่อโค้งสุดท้ายปลายปี ภาวะการลงทุนในกองทุน LTF-RMF คึกคักเหตุนักลงทุนซื้อเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี  ขณะที่ภาวะการลงทุนดีขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการ QE3 เพิ่มปริมาณเงินในระบบ เชื่อหุ้นไทยรับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ชี้บริษัทจดทะเบียนไทยมีพื้นฐานแกร่ง ผลประกอบการมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ

 

นายจุมพล  สายมาลา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในปีนี้ทิศทางตลาดหุ้นไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายอาจจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากการเดินหน้าแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะของยุโรปคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง ประกอบกับการที่ธนาคารสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจใช้มาตรการผ่อนคลายนโยบายด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน (QE3) ในการประชุมเมื่อวันที่ 12-13 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการคาดการณ์ว่าจากมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดย เฉพาะตลาดหุ้นเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่น่าสนใจ

 

“จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้เรามองว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทิศทางของตลาดหุ้นไทยจะคึกคักขึ้น ขณะที่สำนักวิจัยบางแห่งได้ปรับเพิ่มดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์เป้าหมายจากระดับ 1,300 จุดเป็น 1,400 จุด ดังนั้น นักลงทุนที่จะเข้าลงทุนในกองทุน LTF และ RMF อาจจะต้องทยอยลงทุนในจังหวะที่หุ้นยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมากนัก” นายจุมพลกล่าว

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) ยังกล่าวถึงผลการดำเนินงานของกองทุนรวม LTF และ RMF ภายใต้การบริหารงานของบริษัทฯ ว่า ยังคงสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2555 จนถึงวันที่ 28 กันยายน 2555 กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย แวลูพลัส ปันผล หุ้นระยะยาว สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 32.58% สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบ SET Index ที่ให้ผลตอบแทน 26.67% ขณะที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีตามประมาณการระยะเวลาการลงทุนของ LTF นั้นผลตอบแทนอยู่ที่ 87.76% สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบที่ให้ผลตอบแทน 79.25% โดยกองทุนดังกล่าว มีจุดเด่นอยู่ที่เน้นลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock) ที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการดีทั้งหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลาง โดยเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตของกำไรและมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

 

เช่นเดียวกับ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย บรรษัทภิบาล หุ้นระยะยาว มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 29.07% ผลตอบแทนระยะเวลา 3 ปีอยู่ที่ 84.07% โดยกองทุนนี้มีจุดเด่นอยู่ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance หรือ CG) โดยต้องได้รับการจัดอันดับในระดับ 3-5 ดาวจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท (IOD) ซึ่งประกอบด้วย หุ้นคุณค่า (Value Stock) และหุ้นขนาดใหญ่  ขณะที่ กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทย Big Cap ปันผล หุ้นระยะยาว มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 29.35% ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่  84.36% ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับดัชนีเปรียบเทียบ SET50 อยู่ที่ 23.41% และ 71.21% ตามลำดับ ซึ่งกองทุนนี้จะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดรวมมากกว่า 2% เมื่อเทียบกับมูลค่าของตลาด และ/หรือหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 25 อันดับแรกของ SET50  เป็นหุ้นมีปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการดี และเน้นกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่มี Beta สูง

 

ส่วน กองทุนเปิด ไอเอ็นจีไทย 70/30 ปันผล หุ้นระยะยาว ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 19.43% ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 53.83% จุดเด่นอยู่ที่การลดความผันผวนจากการลงทุนในหุ้น โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เน้นลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock) และหุ้นขนาดใหญ่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะการลงทุนของตลาดในขณะนั้นด้วย

 

ในส่วนของกองทุน RMF ได้แก่ กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 29.79% สูงกว่าดัชนี SET Index ที่ 26.67%

 

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทุนหุ้นระยะยาวของ บลจ.ไอเอ็นจี สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี มาจากการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด และมีการปรับพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับภาวะการลงทุน รวมถึงหลักทรัพย์คุณภาพที่เลือกลงทุนมีผลประกอบการที่ดีและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ของไอเอ็นจีนั้นมีความหลากหลายและลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้สอดคล้องกับความต้องการหรือตามสภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงได้”

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไอเอ็นจี ยังกล่าวด้วยว่า เชื่อว่า นักลงทุนเริ่มทยอยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หุ้นทุนมากยิ่งขึ้น เพื่อรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนทางภาษี ซึ่งเชื่อมั่นว่า ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.ไอเอ็นจี จะมีส่วนในการตัดสินใจของนักลงทุน  สำหรับในปีนี้ ทาง บลจ.ไอเอ็นจี ได้จัดแคมเปญ ING LTF&RMF Money Cash Back ซึ่งนักลงทุนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ LTF และ RMF ของบริษัทระหว่างวันที่ 1 กันยายนถึง 28 ธันวาคม 2555 โดยมียอดสะสมทุกๆ 50,000 บาท จะได้รับเงินสด (Cash Back) มูลค่า 250 บาท

 

สำหรับผู้สนใจลงทุนในกองทุน LTF และ RMF ของ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายธุรกิจกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 02-688-7777 กด 2 หรือ www.ingfunds.co.th

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment