| หวั่นผู้ผลิตเครื่องซักผ้าไทยได้ รับผลกระทบ หลัง ITC เคาะ ผู้ผลิตสหรัฐฯเจ็บจริง |
|
| Monday, 09 October 2017 17:13 | |||
|
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง หวั่นผู้ผลิตเครื่องซักผ้าไทยได้ รับผลกระทบ หลัง ITC เคาะผู้ผลิตสหรัฐฯ เจ็บจริง โดยระบุว่า คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเ ทศสหรัฐฯ (U.S. ITC) ตัดสินว่า ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าใ นสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบและเสียหายอย่างหนั กจากการนำเข้า หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 บริษัท Whirlpoo l ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องซักผ้ ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ยื่นคำร้องให้มีการไต่สวนให้ใช้ อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาตรการปกป้องการนําเข้าสินค้ าที่เพิ่มขึ้น (safeguard measure) เป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเสียหายร้ายแรงจ ากการนำเข้าเครื่องซักผ้าจากทุก ประเทศที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การร้องเรียนของบริษัท Whirlpoo l ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่นำไปสู่การใช้มาตรการทางภาษีกับ คู่แข่งต่างชาติ โดยครั้งแรก ในปี 2013 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีของเครื่องซักผ้ าที่ผลิตจากเกาหลีใต้และเม็กซิ โกตามข้อร้องเรียนของบริษัท และต่อมาในปี 2016 ทางบริษัทร้อ งเรียนให้มีการไต่สวนเพื่อสกัดก ารนำเข้าอีกครั้ง เนื่องจากราคาขายของเครื่องซักผ้ าที่ผลิตในจีน เช่น Samsung และ LG ถูกกว่าต้นทุนก ารผลิตของตน เป็นผลให้สหรัฐฯ มีการประกาศใช้มาตรการตอบโต้การ ทุ่มตลาด (anti-dumping duty) โดยตั้งภาษีเครื่องซักผ้านำเข้า จากจีนเฉลี่ยถึง 40 % ในเวลาต่อมา Samsung และ LG ซึ่งมีฐานการผลิ ตเครื่องซักผ้าในไทย จะได้รับผลกระทบเพียงบางส่วนจาก มาตรการ safeguard เนื่องจากโรง งานผลิตเครื่องซักผ้าใหม่ในสหรั ฐฯ ของทั้งสองบริษัทจะเริ่มผลิตได้ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2018 ซึ่งเป็ นช่วงเดียวกับที่คาดว่าประธานาธิ บดีจะพิจารณามาตรการ safeguard แล้วเสร็จและประกาศใช้กับเครื่ องซักผ้านำเข้า อีไอซีคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตข องโรงงานใหม่ทั้งสองแห่งจะรองรั บความต้องการในตลาดสหรัฐฯ ได้ถึง 3 ล้านเครื่อง ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายเครื่องซั กผ้าสำหรับใช้ในบ้านทั้งสองแบรน ด์ที่มีการรายงานว่าขายได้รวมกั นราว 2-3.3 ล้านเครื่องในปี 201 6 ซึ่งกำลังการผลิตดังกล่ าวสามารถนำมาทดแทนการนำเข้าเครื่ องซักผ้าที่ราว 80-90% จากฐานการผลิตในเวียดนามและไทยไ ด้จำนวนหนึ่ง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่ามาตรการ s afeguard จะทำให้ต้นทุนเครื่องซั กผ้าทั้งสองแบรนด์สูงขึ้น โดยเฉพาะในระยะทดสอบการทำงานของ ระบบโรงงานใหม่ อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ Samsun g และ LG ไม่สามารถขยายส่วนแบ่ง ตลาดในสหรัฐฯ ได้ในระยะสั้น เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มจะมีต้น ทุนสูงและการสร้างโรงงานใหม่ต้อ งใช้เวลา 1-2 ปี โดยในปี 2016 ที่ผ่านมา ทั้ง 2 บริษัทมีส่วนแบ่งทางการต ลาดอยู่ที่บริษัทละราว 18% ในขณะที่เจ้าตลาดอย่าง Whirlpoo l มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 35% ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าตลาดเครื่องซักผ้าสห รัฐฯ มีมูลค่ามากกว่า 1.7 พันล้านดอล ลาร์สหรัฐฯ และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวราว 5% ต่อปีจนถึง 2020 อีไอซีคาดการส่งออกเครื่องซักผ้ าไทยขยายตัวน้อยลงในปี 2018 หาก ทรัมป์อนุมัติมาตรการ safeguard ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา การส่งออกเครื่องซักผ้าไทยมีอัต ราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 12% จากการเป็นฐานการผลิตให้ทั้งแบร นด์เกาหลี ญี่ปุ่น และสวีเดน โดยมีตลาดหลักคือ เวียดนาม(14% ของปลายทางการส่งออกเครื่องซักผ้ าไทย) สหรัฐฯ (13%) ออสเตรเลีย(10%) และญี่ปุ่น(10%) หากความต้องการในสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากมาตรการและถูกแ ทนที่ด้วยกำลังการผลิตจากโรงงาน ใหม่ราว 70% จะทำให้มูลค่าการส่งออกเครื่องซั กผ้าไทยขยายตัวน้อยลงที่ 2.5% ในปี 2018 คิดเป็นมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีไอซีแนะผู้ผลิตเครื่องซักผ้าแ ละชิ้นส่วนไทยวางแผนกระจายความเ สี่ยงจากตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากส หรัฐฯ เคยใช้มาตรการทางภาษีสกัดผู้ผลิ ตต่างชาติมาแล้วหลายครั้ง จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีกา รอนุมัติมาตรการ safeguard ซึ่ง เป็นการตั้งกำแพงภาษีตามรายการสิ นค้าโดยไม่ระบุประเทศ ผู้ประกอบการผลิตเครื่องซักผ้าแ ละชิ้นส่วนในไทยจึงควรวางแผนกระ จายความเสี่ยง เช่น รุกตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดยังน้อ ยอย่างยุโรปและออสเตรเลีย เน้นผลิตชิ้นส่วนที่ทำได้ดีกว่า คู่แข่งไปยังตลาดอื่น หรือหันไปผลิตชิ้นส่วนที่สามารถ ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรติดตามเงื่อนไขข องมาตรการที่ U.S. ITC จะมีการพิ จารณาในวันที่ 21 พฤศจิกายน 201 7 เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลก ระทบต่อไป
|
Comments