Error
REIC เผยผลสำรวจสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EECไตรมาส 4 ปี 2568
Print
Monday, 20 April 2026 18:22

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 4 ปี 2568 ” พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ชะลอตัวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนอุปทานใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย

ขณะที่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายไตรมาส (QoQ) พบว่า การโอนกรรมสิทธิ์ปรับตัวดีขึ้นทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนหนึ่งมีแรงหนุนของมาตรการรัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือประเภทร้อยละ 0.01 รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ยังคงปรับตัวลดลงทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยลดลงร้อยละ -2.1 และร้อยละ -7.8 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) การโอนกรรมสิทธิ์ได้รับผลบวกจากแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนอุปทานใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน มีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ –6.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการออกใบอนุญาตก่อสร้างแนวราบร้อยละ 9.3 แต่อาคารชุดลดลงร้อยละ -12.7 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ปี 2568  พบว่า ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย มีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -4.4 และมูลค่าลดลงร้อยละ -7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 หากพิจารณาในเชิงพื้นที่ จังหวัดระยอง ยังคงโดดเด่นที่มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ร้อยละ 4.8 และร้อยละ 3.9 ตามลำดับ

อาจสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสะท้อนแรงขับเคลื่อนจากภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานที่สำคัญของภูมิภาคตะวันออก ด้านอุปทานการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -25.0 แบ่งออกเป็นการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวนประมาณ 22,404 หน่วย ลดลงร้อยละ -22.6 และอาคารชุดจำนวนประมาณ 3,973 หน่วย ลดลงร้อยละ -35.9 ส่วนใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน มีจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -27.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยเป็นการจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.8

ทั้งนี้ภาพรวมปี 2568 มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 118 โครงการและจำนวน 9,134 หน่วย จำนวนโครงการลดลงร้อยละ –22.4 และจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ –27.5 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีจำนวน 152 โครงการและจำนวน 12,603 หน่วย ประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 4,553 หน่วย มีสัดส่วนร้อยละ 49.8 รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 2,602 หน่วย มีสัดส่วนร้อยละ 28.5 และบ้านแฝด จำนวน 1,762 หน่วย มีสัดส่วนร้อยละ 19.3 ส่วนที่เหลือเป็น ที่ดินจัดสรรและอาคารพาณิชย์ ตามลำดับ

เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ปี 2568 จังหวัดที่มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดเรียงลำดับได้ ดังนี้

▪︎ อันดับ 1 จังหวัดระยอง มีจำนวน 4,842 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53.0 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ลดลงร้อยละ –5.7 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุด

จำนวน 2,575 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 96.1 รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 1,282 หน่วย ลดลงร้อยละ –49.1 และเป็นบ้านแฝด จำนวน 924 หน่วย ลดลงร้อยละ –28.7

▪︎ อันดับ 2 จังหวัดชลบุรี มีจำนวน 3,704 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.6 ลดลงร้อยละ –38.4 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุด จำนวน 1,547 หน่วย ลดลงร้อยละ –53.1 รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 1,201 หน่วย ลดลงร้อยละ –33.3 และเป็นบ้านแฝด จำนวน 800 หน่วย ลดลงร้อยละ –7.2

▪︎ อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 588 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.4 ลดลงร้อยละ –59.5 เมื่อเทียบกับปี 2567 (YoY) โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุด จำนวน 431 หน่วย

ลดลงร้อยละ –19.3 รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 119 หน่วย ลดลงร้อยละ –78.4 และเป็นบ้านแฝด จำนวน 38 หน่วย ลดลงร้อยละ –89.6

ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 ปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC มีจำนวน 13,090 หน่วย มูลค่า 30,784 ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าร้อยละ –2.1 และร้อยละ –7.8 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 13,365 หน่วย และมูลค่า 33,407 ล้านบาท

โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบมากที่สุด จำนวน 9,376 หน่วย ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ลดลงร้อยละ –0.3 และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 23,244 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -3.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 9,408 หน่วย และมูลค่า 24,051 ล้านบาท

ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 3,714 หน่วย ลดลงร้อยละ -6.1 และมีมูลค่า 7,540 ล้านบาท ลดลงร้อยละ –19.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 3,957 หน่วย และมูลค่า 9,356 ล้านบาท

++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment