Error
กมธ.พาณิชย์ฯ สส.ถกเครียดปัญหานอมินีต่างด้าว ชวนลูกค้าจ่ายเงินหยวนค่าซื้อสินค้า
Print
Thursday, 18 June 2026 12:14

กมธ.พาณิชย์ฯ สส. ถกปัญหานอมินีต่างด้าว  กังขากฎหมายแบงก์ชาติเอาผิดไม่ได้  ชำระเงินหยวนผ่านแอปต่างชาติ แนะหลายหน่วยงานบูรณาการ ก่อนปัญหาบานปลายฝีแตก

นายสัมฤทธิ์  แทนทรัพย์  ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้เชิญผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจ ตม. และเขตห้วยขวาง มาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว โดยเฉพาะเขตห้วยขวาง ตัวแทนจากฝ่ายนโยบายและสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ  เกี่ยวกับการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) พบว่า การชำระเงินซื้อสินค้าย่านห้วยขวาง ซึ่งมีชาวจีนเข้าไปประกอบธุรกิจร้านอาหาร และบริการต่างๆจำนวนมาก

ประกอบด้วย  1. ผ่านระบบ Thai QR (PromptPay)  โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้แอปพลิเคชัน (เช่น Alipay หรือ WeChat Pay) สแกนจ่ายเงินผ่าน  Thai QR  หรือ (PromptPay ของร้านค้าในไทย  โดยเงินหยวนจากกระเป๋าเงินดิจิทัลจะวิ่งผ่านระบบ  ITMX  ของไทย แล้วเข้าสู่ผู้ให้บริการทางการเงินของไทยเพื่อจ่ายให้ร้านค้าเป็น เงินบาท

รูปแบบที่ 2 การจ่ายเงินผ่านระบบของผู้ให้บริการโดยตรง  เป็นการสแกน QR Code ของผู้ให้บริการ  แสกนผ่าน  Alipay หรือ WeChat Pay ที่วางในร้าน  โดยรูปแบบนี้จะไม่ผ่านระบบ Switching กลาง (ITMX) ซึ่งกำกับดูแลโดยแบงก์ชาติ  แต่เงินจะถูกเปลี่ยนจากเงินหยวนเป็น  เงินบาท  เพื่อชำระให้แก่ร้านค้าในประเทศไทยเช่นกัน

แต่ยังมีรูปแบบการชำระเงินแบบ P2P (Peer-to-Peer)  ซึ่ง ธปท. พบว่ามีปัญหา  ลักษณะการชำระเงินอีกรูปแบบที่เป็นการโอนระหว่างบุคคลต่อบุคคล (P2P) ซึ่งสร้างความกังวลในเชิงการกำกับดูแล   เมื่อผู้รับ (ร้านค้า) และ ลูกค้า  ต่างใช้แอปพลิเคชันของจีนทั้งคู่ ทำให้การชำระเป็น  เงินหยวน  ระหว่างกันโดยตรง   ทำให้เงินไม่ไหลเข้าสู่ระบบการชำระเงินหรือผู้ให้บริการในประเทศไทยโดยตรง ซึ่ง ธปท. มองว่าพฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ และเอาผิดไม่ถึง เนื่องจากระบบเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ อยู่นอกเหนือเขตอำนาจของส่วนราชการไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับเจ้าของระบบ (เช่น Alipay และ WeChat Pay) เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้บัญชีส่วนตัว (P2P) มาทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์  การแอบใช้แอปต่างชาติเพื่อชำระค่าซื้อสินค้า  โดยขอความร่วมมือให้เจ้าของระบบมอนิเตอร์พฤติกรรมผู้ใช้งาน หากพบว่ามีการใช้บัญชีบุคคลมารับชำระค่าสินค้าหรือบริการในลักษณะที่ผิดวัตถุประสงค์ (เช่น บัญชีม้าหรือการเลี่ยงระบบ  จะทำการปิดบัญชีทันที   ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม  ที่ผ่านมา ได้ปิดบัญชีในลักษณะดังกล่าวไปแล้วกว่า 900 บัญชี

สำหรับการบริหารจัดการในระดับจังหวัด  เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน  พาณิชย์จังหวัดทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ  ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่เป้าหมาย  แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ  ที่มีปริมาณนิติบุคคลจำนวนมาก ได้แก่  ภูเก็ต, ชลบุรี, เชียงใหม่ และกระบี่  สุราษฎร์ธานี (โดยเฉพาะพื้นที่สมุย และพะงัน)   กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งข้อมูนิติบุคคล  46,918 ราย   เพื่อส่งต่อข้อมูลให้คณะทำงานแต่ละจังหวัดนำไปตรวจสอบเชิงลึก

ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า  มีผู้ร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ  กว่า 100 ราย  มีทั้งประเด็นที่เข้าข่ายนอมินีและประเด็นร้องเรียนทั่วไป   เมื่อพาณิชย์จังหวัดบางแห่งมีข้อจำกัด ในการบังคับใช้  พ.ร.บ. ต่างด้าว  ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่วนกลางต้องลงพื้นที่

ที่ประชุมยอมรับว่า การขยายตัวของกลุ่มธุรกิจต่างชาติย่าน เขตห้วยขวาง  เป็นพื้นที่ มีอัตราการเติบโตสูงมากถึง  10-80%   เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่แพงและอยู่ใกล้สถานฑูตจีน ขณะที่   ตำรวน ตม. ได้เฝ้าระวังการหลั่งไหลของทุนต่างชาติที่อาจแฝงตัวมาในรูปแบบธุรกิจเพื่อ  ฟอกเงิน จากกลุ่มอาชญากรรมในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวขั้นสุด จึงตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย  หลังจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้เข้าตรวจสอบย่านห้วยขวาง (5 มิถุนายน69 )  ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีกระแสข่าวการใช้จ่ายเงินหยวนผ่านโซเชียล   พบว่าการใช้  QR Code สแกนจ่ายเป็นเงินบาท  แต่ยังไม่พบหลักฐานการจ่ายเงินหยวนแบบคาหนังคาเขาในขณะเข้าตรวจสอบ  ตรวจพบคนต่างชาติประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมาย  6 ราย  และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับนายจ้าง

ยอมรับว่า ตำรวจ ตม.  เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลต้องสงสัย โดยในปี 2568  ได้ปฏิเสธการเข้าเมืองกว่า  20,000 ราย    เนื่องจากตรวจพบพฤติการณ์ต้องสงสัย  มีกลุ่มต่างด้าวที่ พยายามใช้  วีซ่าท่องเที่ยวเข้า-ออกซ้ำหลายครั้ง ครั้งละ 30-40 วัน ต่อเนื่อง 2-3 รอบ โดยไม่ได้มาท่องเที่ยวจริง    โดยอาศัย วีซ่าฟรี (Visa Free)  พบว่ากลุ่มที่สร้างปัญหาส่วนใหญ่ใช้สิทธิวีซ่าฟรี หรือแฝงตัวมาในรูปแบบ  วีซ่านักเรียน (Education Visa)  เพื่อเข้ามาทำงานผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการพนัน

ผู้แทนตม. ระบุว่าปัจจุบันเริ่มเกิดปัญหาที่เรียกว่า  "ฝีเริ่มแตก"  จากนโยบายการเปิดประเทศและการส่งเสริมการลงทุน   โดยกลุ่มที่เข้ามาแบบ Visa Free  มีสัดส่วนถึง 70-80% และมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่ขอวีซ่ามาล่วงหน้า   จึงมีการหลั่งไหลเข้ามาของอาชญากรรมหลายรูปแบบ เช่น ยาเสพติด และแก๊งสแกมเมอร์   มีการพัฒนาเป็นลักษณะ "Terminal" หรือผสมผสานกัน  ตม. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่  "ห้วยขวาง"  ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่มีชาวจีน อาศัยอยู่จำนวนมาก

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ยังได้ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน  โดยกำหนดผู้ถือหุ้นคนไทย ร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ  ต้องแสดง  Statement (รายการเดินบัญชี) ย้อนหลัง 3 เดือน  เพื่อประกอบคำขอจดทะเบียน    เพื่อตรวจดูจำนวนเงินใน Statement    ต้องสอดคล้องกับจำนวนเงินในลงหุ้นชำระแล้ว  และต้องมียอดเงิน ณ วันที่ชำระค่าหุ้นจริง  การตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวัง   ใน กลุ่ม HR03  มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลตามประกาศของ ปปง. (กลุ่มเสี่ยงสูง)  โดยเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงการคลัง เพื่อตรวจกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ​ 13.4 ล้านราย หากพบว่าบุคคลกลุ่มนี้มาจดทะเบียนเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น จะต้องมาแสดงตัวและยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือนเช่นกัน

เพื่อการตรวจสอบที่ตั้งสำนักงาน  ป้องกันปัญหาบัญชีม้า หากพบว่ามีการ  ใช้ที่ตั้งซ้ำกันตั้งแต่ 5 แห่งขึ้นไป  จะเรียกขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ประกอบการจดทะเบียนด้วย  จึงได้เพิ่มมาตรการตั้งแต่ 1 เมษายน 69   กรณีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นคนไทย 100% ในตอนแรก แต่ต่อมาขอ  เปลี่ยนตัวกรรมการเป็นชาวต่างชาติ  กรรมการผู้จัดการต้องทำหนังสือยืนยันว่าผู้ถือหุ้นไทยเป็นผู้ถือหุ้นจริง และพร้อมให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบ  ในปีที่ผ่านมาได้ ตรวจสอบนิติบุคคลในกลุ่มธุรกิจเสี่ยงนอมินีรวม  46,918 ราย  ทั่วประเทศ.

+++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment