| มาสด้าเปิดตัว THE ALL-ELECTRIC MAZDA CX-6e |
|
| Wednesday, 07 October 2026 21:00 | |||
|
+รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะสำหรับครอบครัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาสด้าในยุคอีวีได้อย่างลงตัว +รุ่น PREMIUM ราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท +รุ่น PREMIUM SPORTS ราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท กระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล คมชัดทั้งกลางวัน และกลางคืน ทุกสภาพอากาศ เทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน อาทิ ระบบสั่งการด้วยเสียง ท่าทาง และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ แบบสัมผัส ขนาด 26.45 นิ้ว เชื่อมต่อทุกความบันเทิง แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ประเภท LFP ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (190 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร รองรับการชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที** มาพร้อมข้อเสนอ ดอกเบี้ย 1.88%1 และฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี2 เปิดจองแล้ววันนี้ รับฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า ประกอบด้วย รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3 คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5 ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6 ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7 บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบ เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด The All-Electric Mazda CX-6e พร้อมแนวคิด “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด เพื่อชีวิตในแบบคุณ ด้วยการเป็นรถเอสยูวีที่จะมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัวสู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง มาในรูปแบบ Intelligent Family e-SUV หรือเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ที่ผสานเอกลักษณ์ของมาสด้าทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่แบบ "Jinba-Ittai" เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนี่งเดียว มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* รองรับชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 15 นาที** มอบความปลอดภัยและล้ำสมัยด้วยกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล มาพร้อม 2 ทางเลือก 2 สไตล์ ในรุ่น Premium และ Premium Sports วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,259,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นนี้ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน Mazda Virtual Showroom และจองออนไลน์ได้ทันที นายโทรุ นากาจิม่า, Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “มาสด้าตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค ซึ่งมาสด้าได้เดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ไม่ว่ารูปแบบพลังงานจะเป็นแบบใดก็ตาม สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ “ความสุขในการขับขี่” และ DNA ของแบรนด์มาสด้า ที่จะยังคงเป็นคุณค่าหลักของเราเช่นเดิม นี่คือรากฐานสำคัญที่นำพาให้เราก้าวเดินมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน” The All-Electric Mazda CX-6e คือรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยผลิตขึ้นที่โรงงานของมาสด้าในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ ฉางอัน ออโตโมบิล โดยทั้งสองบริษัทเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมาสด้าได้อาศัยความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร เข้ากับจุดแข็งของมาสด้า ทั้งในด้านการออกแบบ และเอกลักษณ์ในการขับขี่ จินบะ-อิตไต พร้อมทั้งสะท้อนถึงแนวทางการผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีตในทุกรายละเอียด และมาตรฐานการผลิต ที่มาสด้ายึดถือมาโดยตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในประเทศไทย ที่จะมาตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและแฟนมาสด้า ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าอย่างครบถ้วน “การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e คือก้าวสำคัญของมาสด้า ในการเดินหน้าสู่เส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ่ายทอดให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอรูปแบบพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการยึดมั่นในคุณค่าและจิตวิญญาณในการขับขี่ที่ถ่ายทอดในรถยนต์มาสด้าทุกคัน และการเดินทางบนเส้นทางนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นตลาดหลักและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าในอนาคต พร้อมส่งมอบทั้ง “ความสุขในการขับขี่” และ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่ในวันนี้และส่งต่อไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าว นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "The All-Electric Mazda CX-6e เป็นยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ซีรีย์ ของมาสด้า ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV เป็นยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ที่จะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเป็นไปได้มากกว่าการเดินทาง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด…เพื่อชีวิตในแบบคุณ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัว สู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เก็บทุกรายละเอียดในการขับขี่ เติมเต็มความรู้สึก และยกระดับประสบการณ์ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์ที่มีนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม แต่ยังคงคุณค่ากับความสุนทรีย์ในการขับขี่ มีดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ” การสื่อสารการตลาดของ The All-Electric Mazda CX-6e ในครั้งนี้ ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 กลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Friends of Mazda ทั้ง Art of Choice: กลุ่มคนที่มี Thoughtful Choice เลือกในทุกรายละเอียด บ่งบอกรสนิยม มองรถว่าเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์, Art of Motion: กลุ่มคนที่ใช้ชีวิต Active Life in Motion เพื่อขับเคลื่อนชีวิต ให้พร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับรถยนต์ให้ทั้งสมรรถนะ ความสนุก และความมั่นใจ และ Art of Caring: กลุ่ม Human Protection ที่ใส่ใจคนรอบตัว ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน ในด้านผลิตภัณฑ์ The All-Electric Mazda CX-6e ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างประณีต โดยคงเอกลักษณ์และ DNA ของมาสด้าไว้อย่างครบถ้วนไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาสด้าได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบอันล้ำสมัย และความประณีตประดุจงานฝีมือ มาหลอมรวมเป็นรถรุ่นนี้ โดยถ่ายทอดบนคุณค่า 4 แกนหลัก ประกอบด้วย คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN พัฒนาภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” โดยผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับ Kodo Design และเอกลักษณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวของมาสด้า ทำให้ยังคง DNA ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย คุณค่าที่ 2: HIGH-TECH SMART COMFORTABLE SPACE มาพร้อม Smart Cabin หรือห้องโดยสารอัจฉริยะ ที่ต่อยอดแนวคิด Human-centric ของ Mazda สู่ HMI รูปแบบใหม่ ให้คนและรถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AR Head-Up Display ขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอ Ultra-Wide Center Display ขนาด 26.45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่รองรับการแบ่งหน้าจอแบบ Dual-split ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างเป็นอิสระ หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง REAR TOUCHSCREEN รวมถึงระบบเชื่อมต่อด้วยสมาร์ทโฟน ผ่าน Mazda connectivity app เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงและการควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง (Voice & Gesture Control) และมาพร้อมกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล ที่ช่วยลดจุดอับสายตาและช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรอบตัวรถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ด้วย Ambient Lighting 256 สี รวมถึงระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 23 ตัว เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง คุณค่าที่ 3: NEAR FUTURE DRIVING EXPERIENCE มอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐาน Jinba-Ittai โดยทีมวิศวกรของมาสด้าได้พัฒนาระบบช่วงล่างและการควบคุม เพื่อให้รถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ขับขี่ มีการปรับจูนอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ในการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบพวงมาลัย การควบคุมการทรงตัว ความนุ่มนวลในการขับขี่ อัตราเร่ง การตอบสนองของช่วงล่างและระบบเบรก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 เพื่อสร้างความสมดุล เสถียรภาพในการขับขี่ และมอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถอย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังได้มีการนำ Aerodynamic Technology มาใช้ในการออกแบบตัวถัง ทำให้ช่วยควบคุมกระแสอากาศรอบตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 77.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 PS และแรงบิด 290 Nm สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 555 กิโลเมตร* ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และ รองรับ DC Fast Charge ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที** มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) มากถึง 17 ระบบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่ครบครัน และติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมสำหรับการปกป้องผู้โดยสาร ทุกสถานการณ์ในการขับขี่ คุณค่าที่ 4: SIGNATURE OWNERSHIP EXPERIENCE มอบความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วย Mazda Signature Experience ซึ่งเป็นการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เครือข่ายศูนย์บริการ ไปจนถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม บุคลากรและช่างเทคนิคที่ได้มาตรฐานมาสด้า โปรแกรมการบำรุงรักษาอย่างครบวงจร และการบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ว่า จะได้รับการดูแลจากมาสด้าไปตลอดการเป็นเจ้าของ The All-Electric Mazda CX-6e มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ใน 2 สไตล์ ที่แตกต่าง รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยผ้าและหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท รุ่น Premium Sports ยกระดับความสปอร์ต ด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีทูโทน สีม่วง-ขาว กระจกมองข้างแบบดิจิทัลที่สามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 524 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black) สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black) สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black) สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black) สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black) สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรม The All-Electric Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคมนี้ มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย ดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%1 ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3 คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5 ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6 ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7 ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงพัฒนายนตรกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับ การมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไม่รู้จบ ทั้งในวันนี้ และต่อไปจนถึงอนาคต เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป ข้อมูลรายละเอียดทั่วไปเกี่ยวกับ The All-Electric Mazda CX-6e การออกแบบ (Design) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ออกแบบตามแนวคิด “Soulful Futuristic Modern” ผสานระหว่างความสง่างามในสไตล์ของมาสด้า เข้ากับรูปลักษณ์สมัยใหม่ที่สะท้อนภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต นอกจากดีไซน์ภายนอกที่ล้ำสมัยแล้ว ยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่เมื่อขับด้วยความเร็วสูง มาพร้อมหลังคา Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ถ่ายทอดภาพลักษณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และมอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบายให้กับภายในห้องโดยสาร สมรรถนะการขับขี่ (Driving Performance) มาพร้อมการกระจายน้ำหนักหน้า/หลังใกล้เคียง 50:50 พร้อมระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ Jinba-Ittai หรือความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 kWh พร้อม DC FAST CHARGE ที่สามารถชาร์จไฟจาก 30%-80% ได้เร็วสูงสุดภายใน 15 นาที** หรือชาร์จไฟจาก 10%-80% ภายในเวลา 24 นาที** ฟังก์ชันอัจฉริยะ (Smart Functions) ฟังก์ชันอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ได้แก่ ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง ระบบสัมผัส หรือท่าทาง และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Smart Drive) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ หน้าจอ Center Display แบบสัมผัส ความละเอียดสูง 5K ขนาด 26.45 นิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี บนกระจกหน้าแบบ AR โดยข้อมูลและภาพจะแสดงด้านหน้าผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและมอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต มอบประสบการณ์สุนทรียภาพในการขับขี่ ผ่านระบบเสียงพร้อมลำโพง 23 ตัว รวมลำโพงบริเวณพนักพิงศีรษะเบาะนั่งคู่หน้า เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัย ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งรวมถุงลมนิรภัยตรงกลางด้านหน้า กล้องมองรอบคัน 360 องศา แบบ See-Through View พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า และด้านหลัง ระบบควบคุมความเร็ว และพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ HBC ระบบเตือนการชนด้านหน้า FOW ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง SBS-RC ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง SCR ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS ระบบป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน LDP ระบบช่วยควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน ELK ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู DOW ระบบช่วยควบคุมระยะห่างกับรถคันหน้า FDM ระบบตัดกำลังอัตโนมัติเมื่อผู้ขับเหยียบแป้นเบรก และคันเร่งพร้อมกัน BOS ระบบเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DMS ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ TPMS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกะทันหัน ESS ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค มิติตัวถัง Dimensions (ยาว x กว้าง x สูง) มิลลิเมตร 4,850 x 1,935 x 1,620 ระยะฐานล้อ Wheelbase (มิลลิเมตร) 2,902 ประเภทแบตเตอรี่ LFP Lithium Ion ความจุแบตเตอรี่ (kWh) 77.9 กำลังแรงม้าสูงสุด (kW) / (PS) 190 / 258 แรงบิดสูงสุด (Nm) 290 ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel-Drive) จำนวนที่นั่ง 5 ที่นั่ง **อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE/TikTok +++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|
Comments