| ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น56.81จุด |
|
| Saturday, 16 December 2023 08:59 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในวันศุกร์ (15 ธ.ค.)ที่ 37,305.16 จุด เพิ่มขึ้น 56.81 จุด หรือ +0.15%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,719.19 จุด ลดลง 0.36 จุด หรือ -0.001% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,813.92 จุด เพิ่มขึ้น 52.36 จุด หรือ +0.35% โดยปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 2.9%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 2.5% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.8% ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ความเห็นของนายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขานิวยอร์กที่ระบุว่า เร็วเกินไปที่จะพูดถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้น ได้ลดแรงบวกในตลาด หุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย อาทิ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสาธารณูปโภค ร่วงลงมากกว่า 1% และลดช่วงบวกในสัปดาห์นี้ลง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณในการแถลงนโยบายเมื่อวันพุธ (13 ธ.ค.) ว่า เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลสำรวจกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศกระเตื้องขึ้นในเดือนธ.ค. ท่ามกลางยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและความต้องการแรงงาน ซึ่งอาจช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4/2566 เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยในวันศุกร์ (15 ธ.ค.) ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.0 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 50.7 ในเดือนพ.ย. โดยดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ +++++++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|
Comments