Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 12 September 2018 09:23

SET Index ลงหนักแต่ไม่ถึงขั้นวิกฤติ การเทขายของต่างชาติใน PTT AOT KBANK CPALL PTTGC เพื่อปรับพอร์ตและหลบ EM Concern แต่พรุ่งนี้หากธนาคารกลางตุรกีขึ้นดอกเบี้ย ภาพ EM จะดีขึ้น ผยุงตลาดไม่ลงไปต่ำกว่า 1660 จุด กลยุทธ์เน้นไปที่หุ้นปันผล JAS ส่งออก HANA เลือกตั้ง STEC

SET Index ถูกถล่ม นักลงทุนต่างประเทศขายไทยเกือบมากที่สุดในเอเชีย (เป็นรองแค่อินเดีย) :ช่วงบ่ายวานนี้ SET Index พลิกคว่ำปรับลงรุนแรง 1.13% หรือ 19.09 จุด ซึ่งเกิดจากการปรับลดลงของ PTT (-2.99%) AOT (-3.50%) KBANK (-2.40%) CPALL (-1.88%) PTTGC (-2.53%) BDMS (-1.89%) SCC (-1.36%) รวมแล้วกดดัน SET Index ถึง 12 จุด สอดคล้องกับการเทขายของนักลงทุนต่างประเทศ 103.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เกือบมากที่สุดในเอเชีย โดยเป็นรองแค่อินเดียที่ถูกขาย 132.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

มองการขายของต่างชาติครั้งนี้ เป็นการขายเพื่อลดน้ำหนักการลงทุนใน Emerging Market โดยขายไทยหลังจากที่ไล่ขายในตลาด อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลถึงปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่ม Emerging Market

การไล่ขายทุกประเทศใน Emerging Market เป็นไปตามสภาวะขายแบบเหมาเข่ง ซึ่งไทยไม่อาจหนีพ้นได้ มองแรงกดดันนี้จะอยู่ไปอีกระยะและทำให้ SET Index มีโอกาสลงไปทดสอบ 1,660 จุด อย่างไรก็ตามยังคงมีมุมมองว่าไทยมีสถานะเศรษฐกิจที่แตกต่างและแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆใน Emerging Market มาก (เป็นรองแค่สิงคโปร์) เมื่อสถานการณ์ใน Emerging Market เบาลง กระแสเงินไหลกลับคาดว่าจะมุ่งเน้นมายังไทยอีกครั้ง

พรุ่งนี้ 13 ก.ย.61 สถานการณ์กระแสเงินไหลออกจาก Emerging Market น่าจะดีขึ้น หากการประชุม CBRT ธนาคารกลางตุรกีตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยบวกสั้นที่กระตุ้นให้ตลาดหุ้นในกลุ่มฟื้นตัวได้บ้าง

การยื่นขอคว่ำบาตรสหรัฐจาก WTO ของจีน เป็นเรื่องเก่า และไม่ได้หมายถึงข้อพิพาทการค้าบานปลาย : ตลาดเกิดความกังวลเรื่องข้อพิพาทการค้าอีกครั้ง โดยมองการที่จีนไปยื่นเรื่องขอคว่ำบาตรสหรัฐจาก WTO เป็นการดำเนินมาตรการสวนกลับทางการค้า ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์บานปลายรุนแรงยิ่งขึ้น

วิเคราะห์การยื่นต่อ WTO ดังกล่าว เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐขึ้นกำแพงภาษีเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาด จากจีน และจีนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ WTO ไปตั้งแต่ปี 2556 (เป็นการฟ้องกันไปมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อพิพาทการค้าปัจจุบันในการเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันทั้ง 3.4 และ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ หรือรวมไปถึงก้อน 2 แสนล้านเหรียญที่จะสหรัฐกำลังจะเรียกเก็บเพิ่มจากจีน และก้อน 6 หมื่นล้านเหรียญที่จีนเตรียมเก็บจากสหรัฐ

การดำเนินการผ่าน WTO เป็นเพียงแค่หนึ่งในวิธีการแสดงออกของจีนเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นเป็นปฎิบัติการตอบโต้ ดังนั้นสถานการณ์ปัจจุบันจึงยังคงอยู่ในขั้นลองเชิงกันอยู่เท่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วเชื่อว่าทุกอย่างจะนำไปสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงกันได้ เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ตลาดก็ถูกกดดันต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น

ติดตามการแถลงผลประชุมบอร์ด กสทช. วันนี้เวลา 11.30 น. เกี่ยวกับประเด็น DTAC จะได้เยียวยาหรือไม่ : หลังจากวานนี้ศาลปกครองได้เรียก กสทช. และ DTAC เข้าให้ข้อมูลเป็นเวลากว่า 5 ชม. วันนี้จะมีผลการประชุมของ บอร์ด กสทช. ซึ่งจะมีการแถลงในเวลา 11.30 น.

ทั้งนี้หาก กสทช. ให้ DTAC ได้รับการเยียวยาใช้คลื่น 850 และ 1800 MHz ศาลปกครองก็ไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งใดๆ แต่หาก DTAC ไม่ได้รับการเยียวยา ต้องติดตามต่อว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองหรือไม่ (คาดว่าจะรู้ผลภายใน 15 ก.ย.61 ซึ่งเป็นวันหมดสัมปทานการใช้คลื่น 850 และ 1800 MHz)

แม้ KS Research ยังคงสมมติฐาน DTAC จะได้รับการคุ้มครองชั้วคราว แต่การประเมินในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ กสทช. ไม่เยียวยาและศาลปกครองไม่มีคำสั่งคุ้มครอง มูลค่าพื้นฐานจะลดลงมาอยู่ที่ 48.3 บาท จาก 55.21 บาท

SET Index ลงรุนแรงกว่าคาดระยะสั้นยังไม่น่าต่ำกว่า 1,660 จุด และเลวร้ายที่สุดจะไม่ต่ำกว่า 1,640 จุด : ดัชนีปรับลงรุนแรงเกินคาด แต่คาดว่านับจากนี้ตลาดจะเริ่มมีข่าวดีเข้ามาช่วยผยุงไม่ให้ SET Index ลงไปต่ำกว่า 1,660 จุด ยังคงให้ถือหุ้นส่งออก HANA หุ้นปันผลสูง JAS และหุ้นที่จะตอบรับต่อการเลือกตั้ง STEC

1) High Upside และ High Dividend TISCO PTTGC SPALI LH INTUCH JAS

2) EEC Play นิคม AMATA ขนส่ง JWD

3) Big cap play ธนาคาร BBL KTB พลังงาน PTTEP ปิโตรเคมี IVL PTTGC และสื่อสาร ADVANC TRUE

4) กำไรในครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก BJC PRM ORI STEC RJH SVI COM7 HANA MTC SAWAD SPALI

5) Monthly Pick BBL KTB MTC SIRI ORI LH AP SPALI CPN ROBINS TNR ADVANC BEM JWD IVL

 

Daily Picks

Daily Picks  Trading Target

JAS               6.00

STEC             24.00

HANA             45.00

 

Monthly pick

BBL CPN KTB ADVANC MTC ROBINS ORI BEM LH JWD AP TNR SPALI IVL SIRI

 

KS Daily Portfolio

KS Research ถือ SAWAD STEC HANA CPF และเงินสด 20%

1. หุ้นผลประกอบการครึ่งหลังของปีจะดีกว่าครึ่งแรก

SAWAD เราคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ แตะระดับต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1 และคาดจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 หนุนจากสินเชื่อที่เติบโตขึ้น, อัตราตอบแทนสินเชื่อที่ผ่านระดับต่ำสุดแล้วและการตั้งสำรองที่ลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ผลจากการเริ่มใช้นโยบายบัญชีใหม่ของ BFIT ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2563 ขึ้น 2-3% ด้วยอานิสงส์หลักจากการปรับเพิ่มอัตราเติบโตของสินเชื่อและอัตราตอบแทนพร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 47.50 บาท (จาก 47 บาท) หรือด้วย PBV กลางปี 2562 ที่ 4.1 เท่า

STEC คาดราคาหุ้นจะตอบสนองต่อ มติ ครม. เกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ลดความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนและทำให้การประมูลโครงการต่างๆล่าช้า คาดนับจากนี้จะได้เห็นการเข็นงานประมูลออกมามากขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนการฟื้นตัวของ STEC นอกจากนี้ด้วย Backlog ที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทจะเริ่มเห็นการเร่งรับรู้รายได้ในตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 และยาวไปจนถึง 2563 หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง

HANA ปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นเป็น 45 บาท โดยมีมุมมองบวกต่อความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H61 ซึ่งทำให้กำไรใน 2H61 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง HoH และ YoY กอปรการขยายพื้นที่โรงงานที่ลำพูนและอยุธยาจะเป็นตัวหลักในการเติบโตต่อเนื่องในปี 2562 ระดับ Valuation ปัจจุบันยังถูก และน่าสนใจ อยู่ เนื่องจากคิดเป็น PER ปี 2562 ที่เพียง 11.5 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นที่ 12.2 เท่า

CPF เราคาดว่าธุรกิจจะมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/2561 เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญๆ อย่างไก่เนื้อของไทย สุกรไทย และสุกรของเวียดนาม ต่างก็ผ่านจุดต่ำขึ้นมาแล้ว และมีทิศทางการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ เราประเมินว่ากำไรในช่วงปี 2562-63 ที่ 1.63/1.73 หมื่นลบ. หนุนจากธุรกิจหลักล้วนๆ เพราะคาดว่าธุรกิจปศุสัตว์จะเข้าสู่วัฏจักรการทำกำไรรอบใหม่ หลังราคาสินค้าเกษตรผ่านจุดต่ำสุด ในขณะที่ราคาอาหารสัตว์ปรับตัวลง

 

Strategist

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

ศักดิ์สิทธิ์ ผลมานะ

Assistant analyst

 

KS Research Team

 

Kasikorn Securities PCL

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday30282
mod_vvisit_counterYesterday36685
mod_vvisit_counterAll days81808379

We have: 366 guests online
Your IP: 35.175.182.106
 , 
Today: Dec 10, 2018

4249360