| SCB WEALTH ยกระดับRM สู่ Trusted Advisor รุกตลาดกลุ่มลูกค้า Prime |
|
|
|
| Tuesday, 02 June 2026 12:29 | |
|
+มองทุกสถานการณ์คือโอกาสลงทุนมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีท่ามกลางความผันผวน SCB WEALTH จัดสัมมนา “ Navigate Opportunity Through Volatility ” ให้แก่ RM ที่ดูแลกลุ่มลูกค้า Prime ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้ายกระดับ RM สู่การเป็น Trusted Advisor เพื่อดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ภายใต้กลยุทธ์ Customer Centric ที่ยึดเป้าหมายชีวิตและมุ่งรักษาความมั่งคั่งของลูกค้าเป็นสำคัญ ท่ามกลางภาวะการลงทุนที่ผันผวน พร้อมวาง 3 กลยุทธ์หลักสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้ากลุ่ม Prime ได้แก่ Value Creation จากผู้ฝากเงินสู่การเริ่มต้นลงทุน การขยายพอร์ตลงทุนของลูกค้าผ่านการบริหารเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความหลากหลาย เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง มอง 3 ธีมลงทุนสำคัญของโลก ได้แก่ การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งตัวของเทคโนโลยี AI และ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมย้ำแนวคิด Stay Invested และการจัดพอร์ตแบบ Core Portfolio ควบคู่ Opportunistic Portfolio เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว และหาจังหวะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้น ตามแนวคิด Your Success .Our Success . นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยในงานสัมมนา “ Navigate Opportunity Through Volatility ” ว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมที่ปรึกษาการเงินการลงทุน (Relationship Manager: RM)ที่ดูแลกลุ่มลูกค้า Prime ทั่วประเทศ สามารถส่งต่อข้อมูลการลงทุนที่แม่นยำและทันต่อสถานการณ์ ภายใต้โลกการลงทุนในยุคปัจจุบัน ตลาดไม่ได้สะท้อนเพียงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ยังสะท้อน ความคาดหวังและจินตนาการของผู้ลงทุน ในหลายช่วงเวลาอาจเคลื่อนไหวไปไกลกว่าพื้นฐานที่แท้จริง ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่ม Prime จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมให้คำแนะนำด้านการลงทุนที่หมาะสม สอดคล้องกับภาวะตลาดและเป้าหมายทางการเงินของลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับบทบาทของ RM ที่ดูแลกลุ่มลูกค้า Prime ให้ก้าวสู่การเป็น “Trusted Advisor” หรือที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจ สามารถดูแลและให้คำแนะนำการบริหารความมั่งคั่งได้อย่างมีคุณภาพในทุกภาวะตลาด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ SCB WEALTH ในการมุ่งสู่การเป็น Wealth Partner อันดับหนึ่งในใจลูกค้า ซึ่งรวมถึงลูกค้ากลุ่ม Prime ด้วย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์เฉลี่ยกับธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ตั้งแต่ 2 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท SCB WEALTH ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการให้คำแนะนำด้านการลงทุนกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกช่วงเวลา เช่น ในช่วงที่เกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ในระยะแรกตลาดประเมิน ว่าสถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ ความขัดแย้งกลับมีแนวโน้มยืดเยื้อ และส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะต่อราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก ในช่วงเวลาดังกล่าว SCB WEALTH ได้ทำงานเชิงรุกร่วมกับพันธมิตรระดับโลกที่แข็งแกร่ง รวมถึงทีมนักวิเคราะห์การลงทุนและทีมผลิตภัณฑ์ เพื่อจัดทำมุมมองการลงทุน กลยุทธ์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ RM สามารถสื่อสาร และให้คำแนะนำกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งแนวทางการดูแลลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่กังวลและไม่พร้อมรับความเสี่ยง กลุ่มที่รอจังหวะลงทุน และกลุ่มที่พร้อมลงทุนทันที เราเชื่อว่า ทุกความผันผวนไม่ได้มีเพียงความเสี่ยง แต่ยังมาพร้อมโอกาสสำหรับนักลงทุน ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถรับได้ “ การจัดสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากทีม Prime RM ที่ประจำอยู่ในสาขาจากทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก สะท้อนความมุ่งมั่นของ SCB WEALTH ในการยกระดับศักยภาพทีมที่ปรึกษาการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อ SCB WEALTH ก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า โดยจะมีการจัดสัมมนาและกิจกรรมการลงทุนอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ และมุมมองการลงทุนทีมีคุณภาพให้แก่ลูกค้าในทุกสภาวะตลาด” นางสาวปรมาศิริ กล่าว นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า SCB WEALTH วาง 3 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้ากลุ่ม Prime ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนลูกค้าจากผู้ฝากเงินสู่การเริ่มต้นลงทุน 2.การขยายพอร์ตลงทุนของลูกค้าปัจจุบัน ผ่านการบริหารเงินฝากอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า และ 3.การนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความหลากหลาย เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ปัจจัยสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนโลกการลงทุนในปัจจุบัน มีอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่ 1) การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งตัวของเทคโนโลยี AI และ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก อย่างไรก็ตาม วิกฤตดังกล่าวไม่ได้สร้างเพียงความเสี่ยง แต่ยังเปิดโอกาสการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น หุ้นสหรัฐฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามน้อยกว่าหลายภูมิภาคเนื่องจากเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ รวมถึงหุ้นกลุ่มกลาโหม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ที่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว 2) การเร่งตัวด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียน เปิดโอกาสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธีม AI อย่างต่อเนื่อง และ 3) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI และความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานทั่วโลก จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงข่ายไฟฟ้าพลังงานทางเลือก และแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดง ในช่วงเวลาที่เกิดสงคราม นักลงทุนจำนวนมากอาจรู้สึกกังวลกับการลงทุน โดยบางคนเลือกถือสินทรัพย์เดิมไม่ลงทุนเพิ่ม ขณะที่บางคนตัดสินใจขายสินทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง หรือ Stay Invested ผ่านการทยอยลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ จากสถิติในอดีต แม้จะเกิดสงครามหลายครั้ง ตลาดหุ้นโลกมักสามารถฟื้นตัว และปรับตัวขึ้นได้ในระยะต่อมา ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ตลาดเผชิญความผันผวน ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ RM จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง พร้อมประเมินระดับความเสี่ยงตามลูกค้าที่ยอมรับได้ และออกแบบกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยตลอดระยะวลาที่ผ่านมา SCB WEALTH ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ( Customer Centric ) โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายชีวิตและการดูแลทุกมิติของความมั่งคั่ง ภายใต้แนวคิด Your Success . Our Success. เพราะเชื่อว่าทุกเป้าหมายทางการเงินและความมั่งคั่งของลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ เป็นความสำเร็จของเราเช่นกัน นายรุ่งโรจน์ เสกสรรค์วิริยะ FSVP, Investment Product Selection ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเป็น Trusted Advisor ที่สามารถดูแลความมั่งคั่งของลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ คือการช่วยให้ลูกค้ามีพฤติกรรมการลงทุนที่เหมาะสมในทุกวัฎจักรของตลาดผ่านความเข้าใจทั้งในด้านเป้าหมายการลงทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ทั้งด้านโอกาส และความเสี่ยง เพื่อนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้า ทั้งนี้ SCB WEALTH ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนแบบแบ่งสัดส่วนออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Core Portfolio เน้นคัดเลือกกองทุนหลักที่มีความมั่นคง เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว และ Opportunistic Portfolio สำหรับเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะสั้น ผ่านการลงทุนเชิงโอกาส นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามผลการลงทุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สำหรับการลงทุนในช่วงเวลานี้ แนะนำการลงทุนในกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBGMCORE(A) ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) เป็นกองทุนผสมแบบ Global Multi-Asset กระจายการลงทุนทั่วโลก ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ REITs และสินทรัพย์ทางเลือก บริหารโดย BlackRock, กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Asia Pacific Equity Absolute Return (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBABSAP(A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนผ่านกองทุนหลักที่ใช้กลยุทธ์ Absolute Return ในหุ้นเอเชียแปซิฟิก โดยซื้อล่วงหน้าในหุ้นที่มองว่ามีแนวโน้มดี และขายล่วงหน้า หุ้นที่มองว่ามีแนวโน้มอ่อนแอ, กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBKEQTG ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายลงทุนหุ้นบริษัทในเกาหลีใต้ เพื่อโอกาสเติบโตตามดัชนี MSCI Korea 25/50, กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล หรือ MRENEW-A ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก Mega Trend ด้านพลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก (Energy Transition), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Semiconductor (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBSEMI(A) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนหุ้นธีมเซมิคอนดักเตอร์ ลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Semiconductor UCITS ETF ที่ลงทุนในหุ้นผลิตชิปและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBGOLD ความเสี่ยงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust กองทุนทองคำระดับโลกที่อ้างอิงราคาทองคำโดยตรง หมายเหตุ : เอกสารนี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กองทุนรวม SCBGMCORE(A) นี้บริหารจัดการการลงทุนในผลิตภัณฑ์ต่างประเทศโดย BlackRock ภายใต้สัญญาแต่งตั้งรับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนเป็นไปตามที่ระบุในโครงการจัดการกองทุนโดยบลจ.ไทยพาณิชย์ กองทุนนี้ไม่เหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอหรือต้องการรักษาเงินต้น ผู้ลงทุนโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ได้ที่ https://www.scbam.com/th/fund/various-assets/fund-information/scbgmcorea โปรดศึกษารายละเอียดข้อมูลกองทุนกับบลจ. ไทยพาณิชย์อีกครั้ง +++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 873 |
![]() | All days | 873 |
Comments