Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บลจ.อีสท์สปริง ชวนสร้าง Core Port ด้วย Core Equity เมื่อเราไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
บลจ.อีสท์สปริง ชวนสร้าง Core Port ด้วย Core Equity เมื่อเราไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ PDF Print E-mail
Friday, 28 August 2026 22:06

การลงทุนในหุ้นโลกในระยะยาวอาจไม่ใช่เรื่องของการทายว่า “ประเทศไหนจะชนะ” หรือ “บริษัทไหนจะเป็นผู้ชนะ” เพราะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ การคาดการณ์ว่าผู้ชนะจะเป็นใครในอีกหลายปีข้างหน้าเป็นเรื่องที่ท้าทาย แนวคิดการสร้าง Core Port ด้วย Core Equity (แกนหลักของพอร์ตหุ้น) จึงมุ่งเน้นการสร้างรากฐานให้พอร์ตด้วยการกระจายการลงทุนในบริษัทจำนวนมากทั่วโลก พร้อมใช้กระบวนการลงทุนที่เป็นระบบเพื่อค้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากหุ้นรายตัว แทนการพึ่งพาการคาดการณ์หรือการเดิมพันกับผู้ชนะเพียงไม่กี่ราย

นายบดินทร์ พุทธอินทร์ AISA, CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงทุนในหุ้นโลกไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการพยายามคาดการณ์ว่าประเทศหรือบริษัทใดจะเติบโตโดดเด่นที่สุด แต่ควรเริ่มจากการสร้าง Core Equity ที่เปิดรับโอกาสการลงทุนอย่างหลากหลายทั่วโลก ควบคู่กับกระบวนการลงทุนที่มีวินัยและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในการค้นหาความได้เปรียบจากหุ้นทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตมีแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่หลากหลาย และลดการพึ่งพาความแม่นยำของการคาดการณ์เพียงไม่กี่ครั้ง

ES-GCORE: กองทุนหุ้นโลกเหมือนกัน แต่ “วิธีชนะตลาด” อาจไม่เหมือนกัน

หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้นโลก คือ Eastspring Global Core Equity Fund (ES-GCORE) ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Goldman Sachs Global CORE Equity Portfolio Class I ซึ่งบริหารโดยทีม Quantitative Investment Strategies หรือ QIS และมีประสบการณ์ในการบริหารกลยุทธ์ Equity Alpha มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “ทีมมีประสบการณ์มาก” ประเด็นสำคัญคือ กลยุทธ์การลงทุนที่ทีมนี้ไม่ได้พยายามสร้าง Alpha ด้วยการเลือกหุ้นไม่กี่ตัวจากมุมมองของผู้จัดการกองทุน แต่ใช้ระบบและข้อมูลจำนวนมากเพื่อค้นหาโอกาสจากหุ้นทั่วโลกอย่างเป็นระบบ

จุดเริ่มต้นของ Alpha ไม่ได้มาจาก “ความมั่นใจ” แต่มาจาก “ข้อมูลและกระบวนการ”

ทางทีม QIS ไม่ได้แค่ “เก็บข้อมูลเยอะ” แต่มี Process ที่เปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้เป็นโอกาสสร้าง Alpha ผ่าน 4 ขั้นตอน คือ

1. Research & Risk Oversight (ค้นคว้าและคัดกรองข้อมูล)

ทีมวิจัยไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลพื้นฐานของบริษัท แต่ยังค้นหาข้อมูลใหม่ๆ และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) พร้อมใช้เทคนิคเชิงคำนวณ เพื่อหาค้นหาความได้เปรีบด้านข้อมูล (Information Advantage) ที่อาจช่วยให้เห็นโอกาสการงทุนก่อนที่ตลาดจะรับรู้

2. Security Analysis (วิเคราะห์หุ้นรายตัว)

ข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองจะถูกนำข้อมูลมาวิเคราะห์หุ้นแต่ละตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัปเดตมุมมองการลงทุนเป็นรายวัน  เพื่อระบุแหล่งที่มาของ Alpha ในแต่ละหุ้นว่ามาจากปัจจัยอะไร เช่น Quality, Fundamental, Sentiment และ Themes & Trends

3. Portfolio Construction (สร้างพอร์ตการลงทุน)

เมื่อระบุโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาไม่ใช่การซื้อหุ้นที่มี Alpha ทั้งหมด แต่เป็นการกำหนดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม โดยพิจารณาพร้อมกันทั้ง ผลตอบแทนที่คาดหวัง ความเสี่ยง และต้นทุนการลงทุน เพื่อสร้างพอร์ตที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน

4. Trading & Execution (ซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ)

นำพอร์ตไปลงทุนจริง โดยให้ความสำคัญกับการลด ค่าธรรมเนียมและผลกระทบจากการซื้อขาย (Market Impact) เพื่อรักษาผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ที่สร้างได้

ประเมินการลงทุนโดย 4 ปัจจัย และข้อมูลกว่า 150 สัญญาณ

ทีม Quantitative Investment Strategies (QIS) พัฒนากลยุทธ์นี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2004 โดยมีแนวคิดคือ ไม่มีใครสามารถวิเคราะห์หุ้นหลายพันบริษัททั่วโลกได้อย่างละเอียดและสม่ำเสมอด้วยตัวเอง จึงเปลี่ยนคำถามจาก “เรารู้จักหุ้นตัวไหนดีที่สุด?” เป็น “เราสามารถประเมินหุ้นทุกตัวด้วยหลักเกณฑ์เดียวกันได้อย่างไร?” โดยกระบวนการลงทุนประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. Quality (คุณภาพของธุรกิจ) : โดยมองหาบริษัทที่มีคุณภาพของกำไร ความสามารถในการเติบโต ความได้เปรียบในการแข่งขัน และประสิทธิภาพของธุรกิจ

2. Valuation (ราคาที่สมเหตุสมผล) : แม้จะเป็นบริษัทที่ดี แต่ราคาที่แพงเกินไปก็อาจทำให้ผลตอบแทนในอนาคตจำกัด จึงมีการประเมินมูลค่าเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของ valuation

3. Themes & Trends (แนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนแปลง) : ใช้ข้อมูลทั้งแบบดั้งเดิมและ Alternative Data เพื่อค้นหาสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและอุตสาหกรรมก่อนที่จะสะท้อนออกมาเต็มที่ในงบการเงิน

4. Market Dynamics (พฤติกรรมของตลาด) : ติดตามพฤติกรรมและ sentiment ของนักลงทุน เพราะการเคลื่อนไหวของตลาดเองก็สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงได้

โดยทั้ง 4 ปัจจัยถูกนำมาประกอบเป็น สัญญาณการลงทุนกว่า 150 ตัว กองทุนหลักประเมินหุ้นทั่วโลกประมาณ 7,500 บริษัทต่อวัน และปรับพอร์ตทุกประมาณ 3 วันทำการ ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อค้นหาความได้เปรียบที่เกิดขึ้นซ้ำในหุ้นจำนวนมาก แม้จะเป็นความได้เปรียบเล็กๆ ก็ตาม

กระจายความเสี่ยงไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนกองทุน

หนึ่งในจุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากโครงสร้างพอร์ตคือการกระจายการลงทุน (Diversification) โดยกองทุนหลักมีหุ้นประมาณ 270 บริษัททั่วโลก ขณะที่หุ้น 10 อันดับแรกมีสัดส่วนรวมกันเพียงประมาณ 29% ของพอร์ต แม้จะมีหุ้นขนาดใหญ่อย่าง Apple, NVIDIA, Alphabet, Broadcom และ Microsoft อยู่ในพอร์ต แต่ผลตอบแทนของกองทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับหุ้นเพียงไม่กี่ตัว แต่จุดที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ความแตกต่างของแหล่งที่มาของผลตอบแทน ข้อมูลที่สำคัญคือ กองทุนหลักมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ของผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) เมื่อเทียบกับผู้จัดการกองหุ้นโลกรายใหญ่ 10 อันดับแรก อยู่ที่ประมาณ -0.05 สะท้อนให้เห็นว่า ผลตอบแทนส่วนเพิ่มของกลยุทธ์นี้แทบไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับผู้จัดการกองหุ้นโลกกลุ่มใหญ่ นี่คือความหมายของ “Diversification” ที่มากกว่าการมีหลายกองทุน เพราะการกระจายความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้วัดจากจำนวนกองทุนที่ถืออยู่ง แต่ต้องพิจารณาว่า แต่ละกองทุนสร้างผลตอบแทนจากอะไร (ที่มา : Goldman Sachs Asset Management Presentation ณ เดือนมิถุนายน 2569)

ถ้ามีกองทุนหุ้นโลกอยู่แล้ว ES-GCORE ให้อะไรเพิ่ม?

หากผู้ลงทุนมีกองทุนหุ้นโลกที่ลงทุนแบบ Market Cap หรือ Active แบบดั้งเดิมอยู่แล้ว การเพิ่มกองหุ้นโลกอีกกองที่ใช้แนวคิดในการลงทุนที่คล้ายกัน อาจไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างความเสี่ยงของพอร์ตมากนัก แต่ ES-GCORE ใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป จากการเลือกหุ้นไม่กี่ตัวสู่การประเมินหุ้นจำนวนมาก  จากการพึ่งพาความเชื่อของผู้จัดการกองทุนสู่การตัดสินใจจากข้อมูลและสัญญาณจำนวนมาก จากการพยายามหาผู้ชนะครั้งใหญ่สู่การสะสมความได้เปรียบเล็กๆ จำนวนมาก ดังนั้น ES-GCORE จึงสามารถทำหน้าที่เป็น Core Equity ที่ช่วยเพิ่มแหล่งผลตอบแทนอีกรูปแบบให้กับพอร์ต  จากนั้นผู้ลงทุนยังสามารถเสริมการลงทุนในรูปแบบ Satellite ตามธีมหรือภูมิภาคที่ต้องการ เช่น Asia, Europe หรือ Technology

เพราะ “กองหุ้นโลก” ไม่ได้เหมือนกันทุกกอง

สุดท้ายแล้ว ประเด็นของ ES-GCORE ไม่ใช่ว่า “นี่คือกองหุ้นโลกที่ดีกว่าทุกกอง” แต่คือ “นี่คือกองหุ้นโลกที่ใช้วิธีสร้างผลตอบแทนแตกต่างออกไป” จากการสามารถประเมินหุ้นหลายพันบริษัทอย่างเป็นระบบ มองเห็นสัญญาณเล็กๆ ที่คนอื่นอาจมองข้าม และทำการตัดสินใจเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างมีวินัย จากการลงทุนกว่า 200 บริษัท , กว่า150สัญญาณ , 7,500 หุ้นที่ประเมินต่อวัน , ปรับพอร์ตทุก 3 วันทำการ ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดเดียวกัน ไม่ต้องหาผู้ชนะครั้งใหญ่ หากเราสามารถสร้างความได้เปรียบเล็กๆ ได้มากพอ และทำมันอย่างสม่ำเสมอ ES-GCORE จึงไม่ใช่แค่กองหุ้นโลกอีกกองหนึ่ง แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ของพอร์ต ที่ช่วยเพิ่มแหล่งที่มาของการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนและการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ชนะเพียงไม่กี่ราย (ที่มา : Investment Strategy Team บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด  ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569)

++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it


Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1103
mod_vvisit_counterAll days1103

We have: 1102 guests online
Your IP: 216.73.216.56
Mozilla 5.0, 
Today: Aug 30, 2026

4283944