Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 13 September 2017 11:43

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ระบุว่า การปฏิรูปภาษีถือเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุด และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติต่อการปฏิรูปภาษีดังกล่าวภายในปีนี้ พร้อมยังกล่าวว่า รัฐบาลของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาให้การปฏิรูปภาษีมีผลบังคับย้อนหลังไปถึงช่วงต้นปี ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปกฎหมายภาษีสหรัฐ แต่เผชิญอุปสรรคหลายประการในการดำเนินการในปีนี้ ขณะเดียวกัน นายมนูชินกล่าวว่า เป้าหมายของ ปธน.ทรัมป์ในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์คเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐลดลงในเดือนส.ค. โดยตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับช่วง 1 ปีข้างหน้าลดลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2016 และผลสำรวจนี้สอดคล้องกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้ออีกหลายตัวที่อ่อนแอเกินคาดในระยะนี้ ผู้บริโภคปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลง ถึงแม้ผู้บริโภคคาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ผลสำรวจการคาดการณ์ของผู้บริโภคนี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดนำมาใช้พิจารณาเมื่อเฟดตัดสินใจเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รายงานของเฟดสาขานิวยอร์คระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับช่วงหนึ่งปีข้างหน้าลดลงจาก 2.54% ในเดือนก.ค. สู่ 2.49% ในเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2016 ทางด้านตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้าลดลงจาก 2.71% ในเดือนก.ค. สู่ 2.62% ในเดือนส.ค.

 

ยุโรป: ยูโรโซน

ผู้กำหนดนโยบาย 6 คนในธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เตรียมการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสำหรับการปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากเศรษฐกิจยูโรโซนเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีซีบีได้ดำเนินมาตรการพิมพ์เงินใหม่มาเป็นเวลานาน 2 ปีครึ่งแล้ว และในช่วงนี้อีซีบีก็เตรียมการที่จะปรับลดขนาดมาตรการเข้าซื้อพันธบัตร ในขณะที่มาตรการนี้มีขนาด 2.3 ล้านล้านยูโรในปัจจุบัน โดยมาตรการนี้ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนให้เติบโตในช่วงที่ผ่านมา แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผู้กำหนดนโยบาย 6 คนหารือกันเรื่องการปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้กำหนดนโยบาย 6 คนนี้รวมถึงนางซาบีน เลาเทนชแลเกอร์, นายอีฟส์ เมอร์ช และนายเบนัวท์ เคอร์ ซึ่งทั้ง 3 คนนี้เป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารอีซีบี ส่วนอีก 3 คนได้แก่นายคลาส น็อทท์ ผู้ว่าการธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์, นายอีวาลด์ โนวอทนี ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรีย และนายอาร์โด แฮนสัน ผู้ว่าการธนาคารกลางเอสโตเนีย นางเลาเทนชแลเกอร์ระบุว่า "เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังปรับตัวดีขึ้น และสถานการณ์ในช่วงนี้เปิดโอกาสให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และเข้าใกล้เป้าหมายของเรา" โดยอีซีบีตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2% เล็กน้อย นางเลาเทนชแลเกอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายสายเหยี่ยวกล่าวว่า "เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อจะได้ตัดสินใจในประเด็นที่ยากลำบากได้ในเวลาที่เหมาะสม และเราจำเป็นต้องปรับการสื่อสารของเราให้สอดคล้องกับการตัดสินใจนี้ด้วย" อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนสามารถรักษาเสถียรภาพอยู่ที่ระดับสูงกว่า 1% เล็กน้อย และสิ่งนี้ได้ช่วยสกัดกั้นความกังวลเรื่องภาวะเงินฝืด แต่อัตราเงินเฟ้อก็ยังคงอยู่ห่างจากอัตราเป้าหมายของอีซีบี แหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายของอีซีบีตกลงกันในสัปดาห์ที่แล้วเรื่องการเริ่มต้นปรับลดขนาดมาตรการเข้าซื้อพันธบัตร โดยจะตัดสินใจเรื่องนี้ในการประชุมกำหนดนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 26 ต.ค. อย่างไรก็ดี นายเคอร์กล่าวเตือนว่า อีซีบีมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปเป็นเวลานาน และมองว่าการแข็งค่าของยูโรในระยะนี้จะไม่ส่งผลลบต่ออัตราเงินเฟ้อมากนัก

 

เยอรมนี

กระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง หลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมากในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ แต่ก็อาจจะชะลอตัวบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง  การจ้างงานสูงเป็นประวัติการณ์, ค่าจ้างแท้จริงที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ กำลังทำให้เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัว ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะช่วยทำให้นายกรัฐมนตรีแองเจลา เมอร์เคลชนะการเลือกตั้งได้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 4 ในการเลือกตั้งรัฐบาลกลางในวันที่ 24 ก.ย.นี้

 

รัสเซีย

ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ธนาคารกลางรัสเซียจะลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 8.5% ในการประชุมวันศุกร์นี้ หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ 22 จาก 23 คนในผลสำรวจระบุว่า พวกเขาคาดว่า ธนาคารกลางรัสเซียจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% จากระดับ 9.0% ในปัจจุบัน การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากอัตราเงินเฟ้อลดลงสู่ระดับ 3.3% ในเดือนส.ค. ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 4% ของธนาคารกลาง

 

อังกฤษ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ในเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.9% จากระดับ 2.6% ในเดือนกรกฎาคม โดยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมนับเป็นระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 5 ปี จากปัจจัยราคาน้ำมันและเสื้อผ้าที่ปรับตัวขึ้น ทั้งนี้ เงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงนับตั้งแต่ Brexit นั้น ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาสินค้าและบริการในสหราชอาณาจักรปรับตัวสูงขึ้น

อื่นๆ น้ำมัน

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ออกรายงานประจำเดือนกันยายน โดยระบุว่า การผลิตน้ำมันของโอเปกได้ลดลงในเดือนส.ค.เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่สมาชิกรายใหญ่ของโอเปกพากันปรับลดกำลังการผลิต ทั้งนี้ การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 79,100 บาร์เรล/วันในเดือนสิงหาคม โดยอยู่ที่ระดับ 32.76 ล้านบาร์เรล/วัน หลังจากเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 4 เดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา โอเปกพยายามร่วมมือกับประเทศนอกกลุ่มโอเปก เช่น รัสเซีย ในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาด และสร้างเสถียรภาพต่อราคาในตลาด

 

เอเชีย: จีน

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังส่งสัญญาณในทางบวก แต่ยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง และประเทศต่างๆ ควรจะพึ่งพาการปฏิรูปโครงสร้างในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แทนที่จะพึ่งพามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) นายหลี่กล่าวว่า ประเทศต่างๆ ควรจะรักษาระบบการค้าเสรีไว้ต่อไป และเขากล่าวเสริมว่า เศรษฐกิจจีนจะยังคงมีเสถียรภาพ และจะปรับตัวดีขึ้นต่อไป นายหลี่อยู่ในระหว่างการประชุมกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งรวมถึงนางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และนายจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก

 

เกาหลีเหนือ

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ในการปรับเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือในวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการสั่งแบนสิ่งทอที่ส่งออกจากเกาหลีเหนือ และมีการกำหนดเพดานปริมาณการขายน้ำมันดิบให้เกาหลีเหนือ มติคว่ำบาตรล่าสุดนี้ถือเป็นมติคว่ำบาตรครั้งที่ 9 ที่ได้รับคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะมนตรีความมั่นคงที่ประกอบด้วยสมาชิก 15 ประเทศนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา โดยเป็นมติต่อโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยในตอนแรกนั้นสหรัฐได้เสนอร่างมติที่แข็งกร้าวมากกว่านี้ ก่อนจะมีการปรับลดมาตรการที่แข็งกร้าวลงเพื่อแลกกับเสียงโหวตสนับสนุนจากจีนและรัสเซีย นางนิคกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นกล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงหลังการโหวตว่า "เราไม่ได้มีความสุขที่ได้ปรับเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่มาตรการคว่ำบาตรในวันนี้ เราไม่ได้แสวงหาสงคราม รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้ผ่านจุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้" นางเฮลีย์กล่าวว่า "ถ้าหากเกาหลีเหนือตกลงที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือก็จะสามารถฟื้นฟูอนาคตของตนเองได้ แต่ถ้าหากเกาหลีเหนือยังคงเลือกเดินบนเส้นทางอันตรายต่อไป เราก็จะยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อไป"  นางเฮลีย์กล่าวว่า ความสำเร็จในการเจรจาต่อรองเรื่องมตินี้เป็นผลจาก "ความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง" ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนสหรัฐฯได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงออกมติที่ "แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" แต่หลังจากมีการเจรจาต่อรองกันเป็นเวลา 2-3 วัน รัฐบาลสหรัฐก็ตัดทิ้งมาตรการบางอันเพื่อแลกกับเสียงสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ซึ่งรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน, การขึ้นบัญชีดำนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และการขึ้นบัญชีดำสายการบินแห่งชาติของเกาหลีเหนือ รัสเซียได้ประณามแนวคิดในการคุมเข้มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ โดยไม่ใช้แรงผลักดันทางการเมืองในการคลี่คลายวิกฤติ โดยนายวาสสิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็นกล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงในวันจันทร์ว่า รัฐบาลรัสเซียสนับสนุนมตินี้ เพราะว่า "การปล่อยให้มีการทดสอบนิวเคลียร์โดยไม่มีการตอบโต้อย่างแข็งแกร่งจะถือเป็นสิ่งที่ผิด" นายเนเบนเซียระบุว่า จีนกับรัสเซียเสนอให้มีการระงับทั้งสองฝ่าย โดยให้เกาหลีเหนือระงับการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธ และให้สหรัฐกับเกาหลีใต้ระงับการซ้อมรบร่วมกัน เพื่อจะได้เริ่มต้นการเจรจากัน

 

เวียดนาม

แถลงการณ์ของรัฐบาลเวียดนามระบุว่า นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุคของเวียดนามได้ขอให้ธนาคารกลางพยายามปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.5% เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวบรรลุเป้าหมาย ธนาคารกลางเวียดนามได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรลง 0.25% สู่ระดับ 6.25% ในเดือนก.ค. ขณะเดียวกัน ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับภาคอุตสาหกรรมพิเศษลง 0.50% นายฟุคกล่าวว่า ธนาคารกลางควรพยายามอย่างหนักเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.5% นับตั้งแต่นี้ไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ เขายังได้ขอให้กระทรวงและหน่วยงานรัฐบาลทุกแห่งช่วยกันทำให้เศรษฐกิจบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 6.7% ในปีนี้ ด้านธนาคารกลางเวียดนามยังไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้

 

ฟิลิปปินส์

นางโรซาเลีย เดอ เลออน ผู้อำนวยการการคลังแห่งชาติของฟิลิปปินส์กล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์วางแผนจะออกจำหน่ายพันธบัตร 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อหาเงินมาใช้ในงบประมาณประจำปีหน้า ซึ่งเป็นงบประมาณที่มีขนาดสูงเป็นประวัติการณ์ เอกสารของสำนักงานการคลังฟิลิปปินส์ระบุว่า ยอดการกู้เงินจากแหล่งเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นสู่ 8.88 แสนล้านเปโซ (1.745 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 22% จากปีนี้

ยอดขาดดุลการค้าของฟิลิปปินส์ลดลงในเดือนก.ค. ในขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น และยอดนำเข้าลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และสิ่งนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ฟิลิปปินส์มียอดขาดดุลการค้า 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนก.ค. โดยลดลงจากยอดขาดดุลการค้าที่ 2.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมิ.ย. และสิ่งนี้บ่งชี้ว่า ฟิลิปปินส์อาจจะมียอดขาดดุลการค้าปี 2017 ในระดับที่ต่ำเกินคาด ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็ว โดยเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ได้รับแรงหนุนอยู่แล้วจากการบริโภคภายในประเทศ และอาจจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการค้าโลกที่ดีขึ้นด้วย  รัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ตั้งเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่สูงกว่า 7% ต่อปีในวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปีของเขา ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นในอัตรา 10.4% ต่อปีในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ต่อปีในเดือนมิ.ย. ส่วนยอดส่งออกในเดือนม.ค.-ก.ค.ปีนี้เติบโต 13.9% โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักของยอดส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ยอดนำเข้าของฟิลิปปินส์ลดลง 3.20% ต่อปีในเดือนก.ค. โดยปรับลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และได้รับแรงกดดันจากการปรับลดการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักรอุตสาหกรรม และอุปกรณ์อุตสาหกรรม

 

ไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชักชวนนักลงทุนญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนต่อเนื่องไปยังภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และอาเซียน พร้อมทั้งชักชวนให้ญี่ปุนเข้ามาลงทุนเส้นทางรถไฟ เชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก หรือ East West Corridor สำหรับเชื่อมต่อภูมิภาคอาเซียนเข้ากับอินเดีย เขากล่าวในการแถลงข่าวยุทธศาสตร์ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้การเชื่อมนโยบาย Thailand 4.0 towards Connected Industries ภายหลังการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) พร้อมนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 500 ราย เขายังเสนอให้ทาง METI มีการประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรมของไทยอย่างสม่ำเสมอ และบ่อยขึ้น เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกันของไทยและญี่ปุ่น ตลอดจนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอาเซียน และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (12 กย.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ในขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯเคลื่อนไหวไปในทั้งทิศทางที่แข็งค่าและอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเอเซีย ทั้งนี้วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยหนุนจากการที่พายุเฮอริเคนเออร์มาไม่ได้สร้างความเสียหายมากเท่ากับที่วิตกในเบื้องต้น และตลาดคลายความกังวลเรื่องการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือ ทั้งนี้พายุเฮอริเคนเออร์มาลดกำลังแรงลงเป็นพายุโซนร้อนในช่วงเช้าวานนี้  ขณะที่ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวขึ้น หลังจากเกาหลีเหนือไม่ยิงขีปนาวุธหรือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในวันชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตามที่นักลงทุนกังวลกังวลก่อนหน้านี้

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (12 กย.)  เยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเกาหลีเหนือลงมาเล็กน้อยซึ่งส่งผลให้ความต้องการเงินเยนซึ่งถือว่าเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่วันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (12 กย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ล่าสุดผู้กำหนดนโยบาย 6 คนในธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เตรียมการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสำหรับการปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากเศรษฐกิจยูโรโซนเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันอังคาร (12  กย.)ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำตลาดเพิ่มขึ้น แต่การลดลงของหุ้นแอปเปิลหลังเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของตลาด  นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นมากขึ้นหลังคลายความวิตกลงมาเล็กน้อยเกี่ยวกับปัญหาเกาหลีเหนือ รวมถึงผลกระทบจากพายุเฮอริเคนเออร์มาที่รุนแรงน้อยกว่าที่วิตกกันก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.28% สู่ระดับ 22,118.86, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.34% สู่ระดับ 2,496.48 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.34% สู่ระดับ 6,454.28

- ตลาดหุ้นเอเซีย วันอังคาร (12 กย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเกาหลีเหนือลงมาเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น  1.18% สู่ระดับ 19,776.62 โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำหุ้นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น หลังจากดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้เนื่องจากพายุเออร์มาสร้างความเสียหายน้อยกว่าคาดในรัฐฟลอริด้า และหลังจากเกาหลีเหนือไม่ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างที่วิตกกัน ขณะเดียวกันการที่เยนกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงต้นสัปดาห์นี้ก็ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 0.11%  มาอยู่ที่ระดับ 3,380.28  ดัชนีฮั่งเส็งปิดบวก 0.06% สู่ระดับ 27,972.24  ส่วนดัชนีหุ้นเอช หรือหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดบวก 0.2% มาอยู่ที่ 11,242.06 หุ้นกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มทรัพยากรเพิ่มขึ้น แต่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มสายการบินลดลง

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 12 กย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงเช้าสอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ก่อนที่จะลดลงและเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 6.01จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 ก.ย. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday18146
mod_vvisit_counterYesterday30510
mod_vvisit_counterAll days69084726

We have: 425 guests online
Your IP: 54.159.64.172
 , 
Today: Sep 23, 2017

4151016