Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 16 October 2017 09:46

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากขยับขึ้น 0.3% ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่การลดลงของสต็อกสินค้าคงคลัง บ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อยอดขายในอนาคต นอกจากนี้ ยอดขายในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.7% ใน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก่อน

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 101.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยสูงกว่าระดับ 95.3 ในเดือนกันยายน และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ด้านนายริชาร์ด เคอร์ติน หัวหน้านักวิเคราะห์สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กล่าวว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีแนวโน้มขยายตัวไปจนถึงกลางปีหน้า ซึ่งจะเป็นการขยายตัวยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1800 ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

ยอดค้าปลีกในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2558 หลังจากขยับลง 0.1% ในเดือนสิงหาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 1.7% อันเป็นมาจากการได้รับผลบวกจากการฟื้นฟูบูรณะเขตประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มา ซึ่งทำให้มีความต้องการซื้อวัสดุก่อสร้าง และรถยนต์ นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกยังได้แรงหนุนจากรายได้ของสถานีบริการน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ขณะเผชิญภาวะขาดแคลนพลังงาน หลังเกิดพายุเฮอร์ริเคนถล่ม ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.4% (yoy) ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากทรงตัวในเดือนสิงหาคม

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้น 13.1% ของราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2552 หลังจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มรัฐเท็กซัสของสหรัฐ จนทำให้โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราว  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.2% (yoy) แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3% หลังจากปรับตัวขึ้น 1.9% ในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ดี หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานขยับขึ้นเพียง 0.1% (mom) หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 1.7% (yoy) โดยเป็นการปรับตัวขึ้น 1.7% เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคม การปรับตัวของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีของราคาน้ำมันเบนซิน ขณะที่การผลิตน้ำมันในรัฐเท็กซัสได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.6% (yoy) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนสิงหาคม นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร,พลังงาน และภาคบริการ เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% เช่นเดียวกันในเดือนสิงหาคม และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 2.1% ใน หลังจากดีดตัวขึ้น 1.9% ในเดือนสิงหาคม

 

ยุโรป:

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาส 3 ปีนี้ มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าว จะช่วยหนุนข้อคิดเห็นที่ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ควรปรับขึ้นดอกเบี้ย ทั้งนี้ NIESR คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 3 ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเมื่อไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 0.3%

 

เอเชีย : จีน

เมืองถังซานของจีนได้สั่งให้โรงงานเหล็กลดการผลิตลงเร็วกว่าคาด 1 เดือนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านคุณภาพอากาศในปีนี้ โรงงานเหล็กในถังซาน ซึ่งอยู่ในมณฑลเหอเป่ย ต้องลดการผลิตแบบ sintering ลง 50% ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 12 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 1 เดือน

 

ญี่ปุ่น

สื่อมวลชนญี่ปุ่นระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะอาจจะชนะที่นั่งจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งใหม่ และจะส่งผลให้เขามีอำนาจมากพอในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญรักษาสันติภาพของญี่ปุ่นที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยสื่อของญี่ปุ่นมองว่ามีแนวโน้มที่นายกรัฐมนตรีอาเบะจะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า จากการที่เขาตัดสินใจประกาศจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด ทั้งนี้ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาลของเขาได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งในวันที่ 22 ต.ค. ก็มีแนวโน้มมากยิ่งขึ้นที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) จะยังคงเลือกให้นายอาเบะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไปเป็นสมัยที่ 3 ในเดือนก.ย. 2018 และมีแนวโน้มมากยิ่งขึ้นที่นายอาเบะจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในญี่ปุ่นด้วย แหล่งข่าวกล่าวว่า เนื่องจากยังคงเหลือเวลาอีก 10 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่พรรคของเขาอาจจะได้คะแนนโหวตน้อยลง เพราะว่าผู้มีสิทธิโหวตราว 50 % ยังคงไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใด อย่างไรก็ดี รายงานคาดการณ์ของหนังสือพิมพ์นิกเกอิ, หนังสือพิมพ์โยมิอุริ และสำนักข่าวเกียวโดต่างก็ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลของเขาซึ่งประกอบด้วยพรรค LDP และพรรคโคเมะอิโตะ มีแนวโน้มที่จะครองที่นั่งรวมกันในสภาล่างได้ราว 300 ที่นั่งหรือสูงกว่านั้น จากจำนวนที่นั่งทั้งหมด 465 ที่นั่ง หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยครองเสียงข้างมากแบบเด็ดขาดได้แล้วในรัฐสภาครั้งก่อน สำนักข่าวเกียวโดคาดว่า พรรค LDP อาจจะครองที่นั่งได้ราว 288 ที่นั่ง ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนที่นั่งที่เคยครองไว้ก่อนการยุบสภา ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยมีกำหนดจะจัดการเลือกตั้งครั้งถัดไปในช่วงปลายปี 2018 และนักวิเคราะห์บางรายเคยคาดการณ์ว่า นายอาเบะอาจจะเสียใจในภายหลังสำหรับการตัดสินใจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด

ราคาค้าส่งของญี่ปุ่นปรับขึ้นในเดือนก.ย.ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 9 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเบนซิน, โลหะ และสินค้าเกษตร อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของราคาค้าส่งอาจจะไม่สามารถทำให้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะว่าบริษัทหลายแห่งของญี่ปุ่นมักจะดูดซับการพุ่งขึ้นของราคาปัจจัยในการผลิต แทนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ และการทำเช่นนี้สร้างความยากลำบากให้แก่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2 % บีโอเจรายงานในวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า ราคาค้าส่งเพิ่มขึ้น 3.0 % ต่อปีในเดือนก.ย. โดยปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน และอัตรา 3.0 % ต่อปีนี้ถือเป็นอัตราที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2008 เมื่อตัดผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในปี 2014 ออกไปแล้ว

 

มาเลเซีย

มาเลเซียเปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของมาเลเซียในเดือนส.ค.ขยายตัวในอัตราสูงสุดตั้งแต่เดือนมี.ค.2015 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6.8% ในเดือนส.ค.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.9%  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.ได้แรงหนุนจากการขยายตัวของภาคการผลิต, ไฟฟ้า และเหมือง

 

ไทย

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 60 จะขยายตัว 3.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 3.6% จากแรงหนุนของการส่งออก และโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลบวกจากอันดับมาตรฐานการบินของไทยที่เพิ่มขึ้น  โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4.2% ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ในไตรมาส 4 ทำให้ครึ่งปีหลังจะขยายตัว 4.3%  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ คาดการณ์ด้วยว่า เศรษฐกิจไทยปี 61 จะโต 4.2% ซึ่งเป็นการขยายตัวเกิน 4% ครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 56 และจะขยายตัวเป็น 5.1% ในปี 64  เขากล่าวว่าการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจปี 60 มาจากแรงหนุนของการส่งออกที่ยังคาดว่า จะเติบโตได้ดีต่อไป โดยมีโอกาสที่จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่การท่องเที่ยวก็เชื่อว่า จะเติบโตอย่างโดดเด่นในเดือนพ.ย.และ ธ.ค.จากแรงหนุนของการปลดธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) ที่อาจจะทำให้มี Charter Flights เพิ่มขึ้น

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยในปีนี้ ราว 33-34 ล้านคน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 35 ล้านคน ตอนนี้ต่างชาติมาไทยประมาณ 27 ล้านคนแล้ว ซึ่งคาดว่าทั้งปีตัวเลข 33-34 ล้านคนก็น่าจะได้ เราหวังรายได้ที่เกิดขึ้นมากกว่าจำนวนหัวของนักท่องเที่ยว รายได้เติบโตกว่าจำนวนหัวที่เข้ามา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในไทยนานขึ้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งเป้าก่อนหน้านี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ จะมีจำนวนราว 35 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 10% จากปีที่ผ่านมา โดยมาจากแรงหนุนของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย ตั้งแต่ม.ค.-11 ต.ค.60 มีจำนวน 26.9 ล้านคน สร้างรายได้ 1.37 ล้านล้านบาท

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส-ศุกร์ (12-13 ตค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพฤหัสต่อเนื่องจากวันพุธ ขณะที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯก็อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแผนปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่มีแนวโน้มจะเผชิญกับอุปสรรคมากขึ้น อีกทั้งยังถูกกดดันจากรายงานการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 19-20 ก.ย.ที่บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดบางคนยังคงกังวลกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยดอลลาร์สหรัฐฯยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องในวันศุกร์ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.6%

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส-ศุกร์ (12-13 ตค.) เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพฤหัสที่ผ่านมาเนื่องจากดอลลาร์สหรัฐฯถูกกดดันจากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกับนายบ็อบ คอร์เคอร์ วุฒิสมาชิกรัฐเทนเนสซีของพรรครีพับบลิกันทำให้นักลงทุนกังวลว่าแผนปฏิรูปภาษีของปธน.ทรัมป์อาจจะเผชิญกับอุปสรรค โดยดอลลาร์สหรัฐฯยังอ่อนค่าต่อเนื่องในวันศุกร์

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส-ศุกร์ (12-13 ตค.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพฤหัสหลังจากที่ยูโรแข็งค่าในวันพุธ อย่างไรก็ดีช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเนื่องจากถูกกดดันจากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแผนปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่มีแนวโน้มจะเผชิญกับอุปสรรคมากขึ้น ทั้งนี้ในวันศุกร์ยูโรยังอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพฤหัส-ศุกร์ (12-13  ตค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ข้อมูลบ่งชี้ว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2004ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.13% สู่ระดับ 22,871.72, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.09% สู่ระดับ 2,553.17 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.22% สู่ระดับ 6,605.80

- ตลาดหุ้นเอเซีย วันพฤหัส-ศุกร์ (12-13 ตค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก  0.35% ในวันพฤหัสโดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯที่สูงขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล และจากการคาดการณ์ของสื่อที่ว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะชนะการเลือกตั้งในเดือนนี้ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 0.02% โดยหุ้นกลุ่มการเงินสูงขึ้น แต่หุ้นกลุ่มทรัพยากรลดลง หลังจากจีนประกาศว่าจะลดมลภาวะตลอดฤดูหนาวนี้ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.24% สู่ระดับ 28,459.03  โดยหุ้นกลุ่มการเงินนำตลาดสูงขึ้นตามหุ้นกลุ่มเดียวกันของตลาดหุ้นจีน ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง สำหรับในวันศุกร์ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งเพิ่ม 0.96% , 0.08% และ 0.06%

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 12 ตค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดลดลงเล็กน้อยหลังจากดัขนีเพิ่มขึ้นมามากติดต่อกันสองวัน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 1.66 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday9556
mod_vvisit_counterYesterday40720
mod_vvisit_counterAll days74386031

We have: 465 guests online
Your IP: 54.92.197.82
 , 
Today: Feb 25, 2018

4116624