Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 24 May 2018 09:20

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 1-2 พ.ค.เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็วๆนี้ หากแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐมีความสอดคล้องกับการคาดการณ์ของเฟด อีกทั้งยังระบุว่า หากข้อมูลที่เฟดจะได้รับในเร็วๆนี้มีความสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เฟดคาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่คณะกรรมการ FOMC จะก้าวเข้าสู่อีกขั้นตอนหนึ่งของการยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ส่วนในด้านเงินเฟ้อนั้น กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมานั้น ถือเป็นข้อมูลที่ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางที่จะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดหลายคนมองว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐยังไม่ได้อยู่ในภาวะที่ร้อนแรงจนเกินไป เมื่อพิจารณาจากตัวเลขค่าจ้างที่มีการเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา

IHS Markit ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน จากระดับ 55.1 ในเดือนเมษายน โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงาน อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว สำหรับดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 54.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน จากระดับ 56.2 ในเดือนเมษายน ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 53.9 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน จากระดับ 54.7 ในเดือนก่อนหน้า

รัฐบาลอังกฤษ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 2.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ทั้งนี้ การเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดนี้ได้ส่งผลให้เงินปอนด์ร่วงลงมาอยู่ที่ 1.335 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปีนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใดๆกับรัฐบาลจีนในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารของจีน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐบรรลุข้อตกลงชั่วคราวกับรัฐบาลจีนในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE โดยทางบริษัทจะถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง และต้องมีการปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหาร จากเดิมที่รัฐบาลสหรัฐประกาศห้ามไม่ให้บริษัทของสหรัฐขายสินค้าให้กับ ZTE เป็นเวลา 7 ปี เนื่องจาก ZTE ได้ส่งออกสินค้าไปยังอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานอีกว่า เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่สหรัฐยินยอมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE รัฐบาลจีนจะยอมยกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้าเกษตรจากสหรัฐวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ปธน.ทรัมป์กล่าวปฏิเสธรายงานของสื่อดังกล่าว โดยระบุว่า "ไม่มีการทำข้อตกลงใดๆทั้งสิ้น และเราจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น"นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาไม่พอใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ที่แล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า มีโอกาสสูงมากที่การประชุมสุดยอดระหว่างตัวเขา และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะไม่เกิดขึ้นในเดือนหน้า ปธน.ทรัมป์กล่าวหลังจากที่ได้หารือกับนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์เน้นย้ำว่าการประชุมสุดยอดจะไม่เกิดขึ้น หากเกาหลีเหนือไม่ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการ

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญเพิ่มขึ้น 0.1% (YoY) ในเดือนเม.ย.. ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนมี.ค.ที่ขยายตัว 0.2% ส่วนดัชนี CPIพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมต้นทุนด้านที่อยู่อาศัยและการขนส่งทางบกของภาคเอกชนเพิ่ม 1.3% (YoY) ในเดือนเม.ย. ซึ่งชะลอตัวจาก 1.5% (YoY) ในเดือนมี.ค. สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนี CPI ขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือนเม.ย.นั้น เป็นผลมาจากราคาสินค้าปลีก ไฟฟ้า แก๊สหุงต้ม และการบริการ ที่ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ชะลอตัวลงนั้น สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขเงินเฟ้อในภาคค้าปลีกที่ปรับตัวลง และค่าไฟฟ้าที่ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือนเม.ย.61 การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 5.29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่งออกได้ 72,571 คัน การส่งออกเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ซึ่งเพิ่มขึ้นในเกือบทุกตลาด ยกเว้นตลาดเอเชีย และตลาดออสเตรเลีย ขณะที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 36,654.03 ล้านบาท ลดลง 3.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.61) ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 367,801 คัน เพิ่มขึ้น 4.13% จากระยะเวลาเดียวกันในปีก่อน มูลค่าการส่งออก 189,867.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% จากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ปัจจัยต่างประเทศ (24 พฤษภาคม 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ          ปัจจัย

เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย

เยอรมนี  - ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.จาก GfK

- ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2561

อังกฤษ   - ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.

USA     - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

- ดัชนีราคาบ้านเดือนมี.ค.

- ยอดขายบ้านมือสองเดือนเม.ย.

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่               ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 5   - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง

- สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

31 พ.ค. 61 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

Source: http://www.ryt9.com/s/iq03/2819751om/s/iq03/2814042

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ (23 พค) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม ในคืนนี้  อย่างไรก็ดีวันนี้ความวิตกเกี่ยวกับปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนและปัญหาคาบสมุทรเกาหลีกลับมากดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอีกครั้งหลังจากเมื่อคืนนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใดๆกับรัฐบาลจีนในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE ของจีน และยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่พอใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ปธน.ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า มีโอกาสสูงมากที่การประชุมสุดยอดระหว่างตัวเขา และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะไม่เกิดขึ้นในเดือนหน้า ขณะที่รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯที่ออกมาชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็วๆนี้ หากแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐมีความสอดคล้องกับการคาดการณ์ของเฟด อีกทั้งยังระบุว่า หากข้อมูลที่เฟดจะได้รับในเร็วๆนี้มีความสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เฟดคาดการณ์ไว้ในปัจจุบัน ส่วนในด้านเงินเฟ้อนั้น กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมานั้น ถือเป็นข้อมูลที่ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางที่จะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

- ดอลลาร์/เยน วันพุธ (23 พค)  เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้เนื่องจากนักลงทุนกลับมาวิตกเกี่ยวกับปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนและปัญหาคาบสมุทรเกาหลีอีกครั้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใดๆกับรัฐบาลจีนในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE ของจีน และชี้ว่ามีโอกาสสูงมากที่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือจะไม่เกิดขึ้นในเดือนหน้า ขณะที่วันนี้นักลงทุนรอดูรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม ในคืนนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (23 พค) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ โดยช่วงนี้ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ของอิตาลีมีผลกดดันเงินยูโรให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันพุธ (23 พ.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 1-2 พ.ค.เมื่อวานนี้ โดยนักลงทุนมองว่ารายงานดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วไปกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานของไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ ต่างก็ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนพ.ค.ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,886.81  เพิ่มขึ้น 0.21% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,425.96  เพิ่มขึ้น 0.64% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,733.29 พิ่มขึ้น 0.32%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพุธ (23 พค) ดัชนีนิกเกอิปิดลดลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลังจากเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือ รวมทั้งปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนหลังเมื่อคืนนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงใดๆกับรัฐบาลจีนในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบริษัท ZTE ของจีน และยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่พอใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีขึ้นที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ปธน.ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า มีโอกาสสูงมากที่การประชุมสุดยอดระหว่างตัวเขา และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะไม่เกิดขึ้นในเดือนหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.18% ปิดที่ 22,689.74 หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มขนส่งทางทะเล ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ลดลง ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับปัญหาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ รวมทั้งสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 1.41% มาอยู่ที่ 3,168.96

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 23 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเปิดตลาดสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลเกี่ยวกับปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนและปัญหาคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นและเคลื่อนไหวผันผวน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 7.11 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 พ.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday5923
mod_vvisit_counterYesterday29547
mod_vvisit_counterAll days80355861

We have: 193 guests online
Your IP: 54.161.116.225
 , 
Today: Oct 24, 2018

4094096