Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 12 June 2018 09:32

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 12-13 มิ.ย., การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 14 มิ.ย. และการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 14-15 มิ.ย. ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานและค่าจ้างแรงงานที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่วนการประชุม ECB นั้น ตลาดการเงินคาดว่า ECB จะส่งสัญญาณปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จากระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนก.ย.

หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ตัดสินใจไม่ให้การรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 7 ประเทศ หรือ G7 โดยนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) พร้อมใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ หลังจากที่สหรัฐประกาศใช้นโยบายเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมกับสหภาพยุโรป ด้านสำนักข่าว NRK ของนอร์เวย์ รายงานว่า นางเออร์นา โซลเบิร์ก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้สูญเสียอิทธิพลบนเวทีโลก อย่างไรก็ดี นางโซลเบิร์กมองว่า สหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นประเทศมหาอำนาจที่ทั่วโลกยังต้องพึ่งพา เทคโนโลยี โซลูชั่น และประชากรชาวอเมริกันที่มีอยู่อย่างมหาศาล จะทำให้สหรัฐอเมริกา "เป็นชาติที่แข็งแกร่งในทุกกระบวนการระดับนานาชาติ" ปธน.ทรัมป์ ระบุผ่านทวิตเตอร์ขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันไม่กี่ชั่วโมงหลังออกจากการประชุม G7 ว่า "เมื่อดูจากข้อความอันเป็นเท็จของนายจัสติน และข้อเท็จจริงที่ว่าแคนาดามีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าอย่างมหาศาลต่อเกษตรกร แรงงาน และบริษัทสหรัฐ ผมได้สั่งการไม่ให้คณะผู้แทนสหรัฐให้การรับรองแถลงการณ์ร่วม ขณะที่เรากำลังประเมินช่องทางเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่กำลังไหลทะลักเข้าตลาดสหรัฐ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่า ยอดการผลิตในภาคการผลิตของอังกฤษลดลง 1.4% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2555 ขณะเดียวกัน การผลิตในภาคอุตสาหกรรมโดยรวม ซึ่งรวมถึงการผลิตในภาคพลังงาน ลดลง 0.8% สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้นักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขภาคการผลิตที่น่าผิดหวังดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงฤดูร้อนปีนี้

สำนักงานคณะรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค พุ่งขึ้น 10.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 9.431 แสนล้านเยน หรือประมาณ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานถือเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมานั้น บริษัทเอกชนญี่ปุ่นได้เพิ่มการใช้จ่ายเพื่อขยายศักยภาพด้านการผลิตในเพียงพอรองรับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในต่างประเทศ และได้นำเครื่องจักรมาใช้แทนคนในการทำงาน เพื่อรองรับภาวะขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ

สำนักงานศุลกากรเกาหลีรายงานว่า ยอดส่งออกของเกาหลีใต้ยังคงปรับตัวขึ้นในช่วงวันที่ 1-10 มิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์น้ำมัน สำนักงานศุลกากรระบุว่า ยอดส่งออก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในช่วง 10 วันแรกของเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว 2% ทั้งนี้ยอดส่งออกของเกาหลีใต้ซึ่งหดตัวลงในเดือนเม.ย. ได้กลับมาขยายตัวในอัตราเลขสองหลักเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา และยังคงรักษาแนวโน้มการขยายตัวไว้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วง 10 วันแรกของเดือนมิ.ย. อย่างไรก็ดี แม้ในช่วงวันที่ 1-10 มิ.ย.ปีนี้จะมีวันทำการน้อยกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ยอดส่งออกของเกาหลีใต้ก็ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการอันแข็งแกร่งของเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ยอดส่งออกชิปของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 28.9%, ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันพุ่งขึ้น 43.5% และยอดส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 41.4% ในขณะเดียวกันยอดส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคม อย่างเช่น สมาร์ทโฟนลดลง 14.7% เนื่องจากบรรดาผู้ผลิตได้หันไปเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่ต่างประเทศ.

สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) ว่า หนี้เสียของธนาคารต่างๆในเกาหลีใต้ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย รายงานระบุว่า หนี้สินที่ค้างชำระมาอย่างน้อย 1 เดือน อยู่ที่ 0.59% ณ สิ้นเดือนเม.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.17% จากเดือนก่อนหน้านั้น ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้ จนส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวขึ้น และทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวขึ้นตาม ภาคครัวเรือนเกาหลีใต้ได้หันไปใช้เงินกู้สินเชื่อ เนื่องจากธนาคารเกาหลีใต้มีการกวดขันเกณฑ์การปล่อยเงินกู้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน หลังอัตราดอกเบี้ยที่ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้ส่งผลให้ครัวเรือนหันไปกู้เงินซื้อบ้านใหม่ ทั้งนี้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่ผ่านมา เป็น 1.50% จากระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปีครึ่ง

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม 2560 - พฤษภาคม 2561) สคร.สามารถจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน จำนวน 125,931 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้แผ่นดินสะสม จำนวน 25,629 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของเป้าหมายรายได้แผ่นดินสะสม (100,302 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

 

ปัจจัยต่างประเทศ (12มิถุนายน 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ         ปัจจัย

ญี่ปุ่น          - ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ค.

อังกฤษ        - อัตราว่างงานเดือนเม.ย.

EU           - ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศณษฐกิจเดือนมิ.ย.จากสถาบัน ZEW

USA          - ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่          ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 3   - ศูนย์วิจัยทองคำแถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน

- สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน

11-12 มิ.ย.   ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)ภาคเหนือตอนล่าง จ.พิจิตร และจ.นครสวรรค์

15 มิ.ย.      สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เปิดให้เอกชนแสดงความจำนงประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์

Source: http://www.ryt9.com/s/iq03/2819751om/s/iq03/2814042

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (11 มิย) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ในสัปดาห์ที่นักลงทุนต้องจับตาหลายปัจจัยทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการเจรจาสุดยอดผู้นำสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ รวมทั้งการที่สหรัฐอาจจะประกาศรายชื่อสินค้าจีนที่สหรัฐฯจะขึ้นภาษีนำเข้าในสัปดาห์นี้

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (11 มิย) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีสัปดาห์นี้ต้องจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือวันที่ 12 มิถุนายน รวมทั้งการที่สหรัฐอาจจะประกาศรายชื่อสินค้าจีนที่สหรัฐฯจะขึ้นภาษีนำเข้าในสัปดาห์นี้ซึ่งประเด็นความเสี่ยงเหล่านี้อาจกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 12-13 มิถุนายนซึ่งคาดการณ์ว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% อย่างไรก็ดีก็ต้องดู dot plot ที่จะออกมาหลังการประชุมครั้งนี้ว่ามุมมองของกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯแต่ละคนต่อแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะชี้ถึงการเร่งขึ้นหรือการชะลอลงจากการคาดการณ์เดิมเนื่องจากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐฯค่อนข้างต่ำหากเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไปจะส่งผลให้ความชันของ Yield Curve ลดลงมากเกินไป

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (11 มิย)  เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนจับจาการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 14 มิถุนายนซึ่งมีการคาดการณ์ว่ากรรมการธนาคารกลางยุโรปจะหารือเรื่องการยุติมาตรการ QE ในปีนี้ ซึ่งหากมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการลด QE คาดว่าจะหนุนเงินยูโรให้แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันจันทร์  (11 มิย)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยนักลงทุนไม่ได้วิตกกังวลมากนักต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการประชุมกลุ่ม G7 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่สิงคโปร์ รวมทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,322.31 เพิ่มขึ้น 0.02% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,782.00 เพิ่มขึ้น 0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,659.93 เพิ่มขึ้น 0.19%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (11 มิย) ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แรงบวกได้ถูกจำกัดเนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือจะเริ่มขึ้นในวันอังคารนี้ ทั้งนี้ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 0.48% มาอยู่ที่ 22,804.04 ที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรและป่าไม้ และกลุ่มค้าปลีก ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ลดลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและกลุ่มประเทศสมาชิก G7 ที่คว้าน้ำเหลวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันสหรัฐฯก็เตรียมที่จะเปิดเผยรายชื่อสินค้านำเข้าจากจีนที่จะขึ้นภาษีในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้นักลงทุนก็รอดูการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคารนี้ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลดลง 0.47% มาอยู่ที่ 3,052.78

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ (11 มิย)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัปดาห์นี้มีปัจจัยที่ต้องจับตาหลายปัจจัย เช่นการประชุมของธนาคารกลางสำคัญทั้งสหรัฐฯ และยูโรโซนที่มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกันการประชุมสุดยอดสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ และการที่สหรัฐฯเตรียมที่จะเปิดเผยรายชื่อสินค้านำเข้าจากจีนที่จะขึ้นภาษีก็เป็นตัวแปรที่อาจจะส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนมากขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยในช่างบ่ายดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนที่จะลดลง และปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.07 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 มิ.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday4938
mod_vvisit_counterYesterday15183
mod_vvisit_counterAll days79314392

We have: 385 guests online
Your IP: 54.225.38.2
 , 
Today: Aug 17, 2018

4099048