Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 15 August 2018 09:45

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคานำเข้าทรงตัวในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งการทรงตัวของดัชนีราคานำเข้าเกิดจากการที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสวนทางการร่วงลงของราคาสินค้าอื่นๆ

นายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ประกาศเมื่อวานนี้ว่า ตุรกีจะคว่ำบาตรสินค้าอิเลคทรอนิคส์ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึง iPhone ของบริษัทแอปเปิล อิงค์ เพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐในการเพิ่มอัตราภาษีเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากตุรกี

ธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) เปิดเผยว่า เยอรมนีมีตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งขึ้นในเดือนมิ.ย. แตะระดับ 2.62 หมื่นล้านยูโร จากระดับ 1.29 หมื่นล้านยูโรในเดือนพ.ค. ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดถือเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งเป็นการวัดดุลการค้าของประเทศ รวมทั้งรายได้สุทธิจากการลงทุนระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้วิพากษ์วิจารณ์เยอรมนีซึ่งมีตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะไร้สมดุลในระดับโลก เนื่องจากเป็นการบ่งชี้ถึงภาวะขาดดุลและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ IMF เรียกร้องให้เยอรมนีควบคุมตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่พุ่งขึ้นอย่างมาก โดยข้อมูลของ IMF ระบุว่า เยอรมนีมีตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงกว่าระดับ 8% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขเกินดุลที่สูงกว่า 6% อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.ที่มีการขยายตัว 6% การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วกว่าช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.ที่มีการขยายตัว 9.7%การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ขยายตัว 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 8.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ยอดการปล่อยเงินกู้ล็อตใหม่สกุลเงินหยวนประจำเดือนก.ค.อยู่ที่ระดับ 1.45 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 2.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้น 6.278 แสนล้านหยวน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วทั้งนี้ แม้ยอดปล่อยเงินกู้สกุลเงินหยวนเดือนก.ค.ชะลอตัวลงจากระดับ 1.84 ล้านล้านหยวนในเดือนมิ.ย. แต่ก็ยังใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยรายเดือนในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านล้านหยวน และถือว่าการขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จีนยังคงสูงมากอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยอดสินเชื่อค้างชำระ ณ สิ้นเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้น 13.2% (YoY) แตะที่ 130.61 ล้านล้านหยวน ส่วนปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M2 ซึ่งครอบคลุมเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากทุกประเภท ปรับตัวขึ้น 8.5% เทียบรายปี แตะที่ 177.62 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นสุดเดือนก.ค. ขณะที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M1 ซึ่งครอบคลุมกระแสเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากเผื่อเรียก (demand deposits) ปรับตัวขึ้น 5.1% เทียบรายปี แตะที่ 53.66 ล้านล้านหยวน

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ระงับการดำเนินการทางตลาดเงิน (Open Market Operations - OMO) ต่อเนื่องกัน 18 วันทำการ โดยให้เหตุผลถึงสภาพคล่องในระบบการเงินที่เพียงพอ ธนาคารกลางจีนระบุผ่านเว็บไซต์ว่า สภาพคล่องในระบบการธนาคารนั้นอยู่ในระดับ "ค่อนข้างสูง" ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงฤดูภาษีทั้งนี้ ไม่มีข้อตกลง reverse repo ครบกำหนดไถ่ถอนในวันอังคารที่ผ่านมา โดย reverse repo เป็นกระบวนการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ด้วยข้อตกลงที่จะขายคืนในอนาคต สำหรับอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน Shibor ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนที่ธนาคารของจีนปล่อยกู้ให้กับธนาคารด้วยกันนั้น ปรับตัวขึ้น 0.215% แตะที่ 2.328% ในวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการประชุมสมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ระบุว่า ทางธนาคารจะกำหนดนโยบายการเงินเชิงรุก รวมถึงนโยบายการเงินที่มีความรอบคอบ พร้อมพัฒนานโยบายให้สามารถรองรับสถานการณ์ในอนาคต มีความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/61 ว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 4.7% ในไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 5.4% เมื่อเทียบระยะเวลาเดียวกันปีก่อน ขณะที่ ธปท.ยังคงคาดการณ์ว่าสินเชื่อทั้งปีจะขยายตัวราว 4-6% โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัวในหลายประเภทธุรกิจโดยเฉพาะจากพอร์ตสินเชื่อ SME ที่วงเงินค่อนข้างสูง สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวในทุกพอร์ตสินเชื่อโดยเฉพาะจากการเร่งตัวต่อเนื่องของสินเชื่อรถยนต์ ด้านคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.93% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 2.92% สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.36% จาก 2.32% ในไตรมาสก่อน

 

ปัจจัยต่างประเทศ (15 สิงหาคม 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ  ปัจจัย

จีน      - ดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค.

อังกฤษ   - อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.

USA     - ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.

- ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนส.ค.จากเฟดนิวยอร์ก

- การผลิตภาคอุตสาหกรรม-การใช้กำลังการผลิตเดือนก.ค.

- สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.

- ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค.

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่       ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 3  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่ 3  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน

15 ส.ค.            คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

Source: https://www.ryt9.com/s/iq03/2867879

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันอังคาร (14 ส.ค.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันอังคารหลังจากที่บาทอ่อนค่าต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อนตามทิศทางที่นักลงทุนถือดอลลาร์สหรัฐฯ เยน และสวิสฟรังก์มากขึ้นเนื่องจากวิตกต่อปัญหาการเงินตุรกีที่อาจจะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานะด้านดุลบัญชีเดินสะพัด ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อของไทยแข็งแกร่งกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆหลายประเทศเป็นอย่างมากทำให้เงินบาทค่อนข้างจะมีเสถียรภาพและได้รับผลกระทบไม่มาก

- ดอลลาร์/เยน วันอังคาร (14 ส.ค.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันอังคารหลังจากที่เงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อนเนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการถือสินทรัพย์เสี่ยงและถือเงินเยนมากขึ้น โดยปัญหาการเงินในตุรกีทำให้นักลงทุนขายสกุลเงินของประเทศที่มีสถานะความเสี่ยงใกล้เคียงกับตุรกี เช่น มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง มีหนี้ต่างประเทศสูง ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศต่ำ ขาดดุลงบประมาณสูง อัตราเงินเฟ้อสูง เป็นต้น

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (14 ส.ค.) เงินยูโรแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันอังคารหลังยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเนื่องจากนักลงทุนวิตกต่อปัญหาการเงินตุรกีที่จะส่งผลลบต่อสถาบันการเงินยุโรปหลังสหรัฐฯประกาศจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากตุรกีเพิ่มเป็นสองเท่า โดยจากการที่ตุรกีมีหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูง และมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศต่ำ อีกทั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดก็สูงมาก ทำให้การที่เงินลีราของตุรกีอ่อนค่าต่อเนื่องจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ต่างประเทศของตุรกีแย่ลงเรื่อยๆ นอกจากนี้การที่ประธานาธิบดีของตุรกีไม่ต้องการให้ธนาคารกลางตุรกีขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งขึ้นก็ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางตุรกี

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันอังคาร (14 ส.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของค่าเงินลีราของตุรกี และผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ของสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,299.92 จุด พุ่งขึ้น 112.22 จุด หรือ +0.45% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,870.89 จุด เพิ่มขึ้น 51.19 จุด หรือ +0.65% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,839.96 จุด เพิ่มขึ้น 18.03 จุด หรือ +0.64%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (14ส.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้น หลังจากที่ดัชนีร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาวิกฤตการเงินในตุรกีขณะนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 2.28% มาอยู่ที่ 22,356.08 ที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มคลังสินค้า กลุ่มบริการด้านการขนส่งท่าเรือ กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับงานชั่งตวงวัด และกลุ่มสารสนเทศ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ลดลง 0.18% มาอยู่ที่ 2,780.96 ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวที่ชะลอตัวลง ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 0.66% ปิดวันนี้ที่ 27,752.93

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (14 สค.)ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในเช้าวันนี้หลังดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงเมื่อวันจันทร์เนื่องจากปัญหาการเงินในตุรกีซึ่งส่งผลให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาเนื่องจากกังวลว่าเงินจะไหลออกจากหลายประเทศที่มีสถานะความเสี่ยงใกล้เคียงกับตุรกี โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 10.61 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 ส.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday11225
mod_vvisit_counterYesterday26658
mod_vvisit_counterAll days80229412

We have: 415 guests, 1 members online
Your IP: 54.80.188.87
 , 
Today: Oct 19, 2018

4085600