Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ธ.ก.ส.เร่งสำรวจความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย
ธ.ก.ส.เร่งสำรวจความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย PDF Print E-mail
Tuesday, 08 May 2018 23:29

ธ.ก.ส.ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  เร่งสำรวจความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเชื่อมโยงกับสหกรณ์และผู้ประกอบการ SMAEs ในพื้นที่  จัดเมนูเสริมอาชีพรองรับ เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพหารายได้

นายอภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร นายสุรพงศ์ นิลพันธุ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารออมสิน และผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลังร่วมประชุมมอบนโยบายติดตามปัญหาหนี้นอกระบบและมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการรัฐ พร้อมทั้งมอบใบอนุญาตประกอบกิจการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนมอบสินเชื่อรายย่อยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ตัวแทนเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.และลูกค้าธนาคารออมสิน  ณ ห้องประชุมโรงแรมเทพนคร จังหวัดบุรีรัมย์

นายสุรพงศ์   นิลพันธุ์  รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า  การดำเนินงานตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่ง ธ.ก.ส.ดูแลรับผิดชอบในส่วนของเกษตรกร ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตทั่วประเทศ จำนวน 4.08 ราย โดย ธ.ก.ส.ร่วมกับทีมหมอประชารัฐสุขใจในพื้นที่เข้าไปพบปะและสัมภาษณ์ผู้มีรายได้น้อยทุกราย เพื่อสำรวจความต้องการในการพัฒนาอาชีพ รวมถึงความต้องการช่วยเหลืออื่นๆ ไปแล้ว 3.05 ล้านราย  โดยในจำนวนนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่มีผู้แจ้งความประสงค์ที่จะพัฒนาตนเอง  เพื่อสร้างอาชีพและรายได้จำนวน  2.29 ล้านราย  และผู้ที่ไม่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนแต่ดำรงชีวิตพอเพียง 0.76 ล้านราย   ซึ่ง ธ.ก.ส.จะนำรายชื่อและข้อมูลดังกล่าวส่งไปยังกระทรวงการคลัง  เพื่อประสานไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเมนูพัฒนาอาชีพ  นำเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยไปอบรมพัฒนาตามความต้องการต่อไป

ในส่วนของพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  มีเกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์เข้าร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตจำนวน 147,180 ราย  ได้รับการสัมภาษณ์แล้ว 107,309 ราย โดยประสงค์ที่จะพัฒนาตนเองเพื่อสร้างอาชีพและรายได้จำนวน  68,676 ราย และเลือกดำรงชีวิตพอเพียง 38,633 ราย   ทั้งนี้  แนวทางการยกระดับชีวิตผู้มีรายได้น้อยของ ธ.ก.ส. นอกจากดำเนินงานครบวงจรผ่าน 3 มาตรการแล้ว ในแต่ละพื้นที่ยังได้เชื่อมโยงกับสหกรณ์  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ  รวมถึงผู้ประกอบการ SME เกษตร เพื่อเป็นหัวขบวนในการรับซื้อผลผลิต การจ้างแรงงาน และสร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้ประกอบอาชีพ สร้างรายได้  ตัวอย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มี สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมและรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก ในราคานำตลาด ปีละกว่า  27,000 ตัน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสารจำหน่ายภายใต้แบรนด์ A-Rice ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตและรายได้แก่เกษตรกรสมาชิก  แสงจันทร์ Shine ผู้ผลิตและรวบรวมผักผลไม้ปลอดสารพิษและพืชผักพื้นบ้านเพื่อจำหน่ายในตลาด Modern Trade  โดยมีเกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการกว่า 300 ครัวเรือน และ ชุมชนบ้านสนวนนอก ชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต้นแบบการใช้วิถีชีวิตพอเพียงที่นำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย  ช่วยสร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชน   ซึ่งทั้งหมดได้นำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้มีรายได้น้อยให้ลุกขึ้นมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง

สำหรับผลการดำเนินงานการพัฒนา/การช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของ ธ.ก.ส.  3 มาตรการ ประกอบด้วย มาตรการลดภาระหนี้สิน ได้แก่ 1) โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อย ดำเนินการไปแล้ว 649,967 ราย จำนวน 130,466 ล้านบาท  2)โครงการสินเชื่อแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ 112,385 ราย  จ่ายสินเชื่อไปแล้ว 44,866 ราย จำนวน 4,294 ล้านบาท  3)โครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ 371,364 ราย จ่ายสินเชื่อไปแล้ว 108,626 ราย จำนวน 5,141 ล้านบาท  มาตรการพัฒนาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ได้แก่ 1)โครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพ (XYZ)  มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ 118,114 ราย   2)โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาอาชีพผู้มีรายได้น้อย  มีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ 448,359 ราย  มาตรการพัฒนาตนเอง ได้แก่ 1) โครงการให้ความรู้ทางการเงิน  แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ 1,619,096 ราย  2)โครงการส่งเสริมการออม ผ่านเงินฝากกองทุนทวีสุข จำนวน 472,216 ราย  เป็นเงิน  2,529  ล้านบาท

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1276
mod_vvisit_counterAll days1276

We have: 1271 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.32
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 30, 2026

8187936