Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News สิงห์ เอสเตท วางแผน The Next Normal of Commercial
สิงห์ เอสเตท วางแผน The Next Normal of Commercial PDF Print E-mail
Friday, 26 June 2020 14:12

สิงห์ เอสเตท เห็นโอกาสในธุรกิจคอมเมอร์เชียล จากผลกระทบโควิด-19 วางกลยุทธ์ The Next Normal of Commercial เติมความพร้อมธุรกิจรอบด้าน เพื่อสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์ Five Agile Developments เรื่อง Tool, Target, Business, Process และ Unite เพิ่มประสิทธิภาพ ใส่ใจคุณภาพชีวิต สร้างพื้นที่ Hygienic & Flexibility ชูการพัฒนาด้านนวัตกรรม และสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ ขณะที่การดำเนินงานครึ่งปีแรก บริษัทสามารถบริหารจัดการทั้งภายในและร่วมกับพันธมิตรทั้งหมด พร้อมเดินหน้าในครึ่งปีหลัง คาดสร้างรายได้ตามเป้าตั้งแต่ต้นปี

สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจในคุณภาพและมุ่งสร้างคุณค่าให้ชีวิต โดยนายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงธุรกิจอาคารสำนักงาน (Commercial) ของบริษัทว่า ขณะนี้หลายคนพูดถึง New Normal ในธุรกิจต่างๆ ซึ่งสิงห์ เอสเตท ก็ให้ความสำคัญเช่นกัน แต่เราจะพยายามมองข้ามไปอีกก้าวหนึ่ง หรือการมองไปถึง The Next Normal of Commercial มากกว่า โดยเรามองว่า ธุรกิจนี้จะแข่งขันกันเพิ่มขึ้นในด้านการใหับริการที่ครบถ้วน การดูแลด้านสุขอนามัย ฟังก์ชั่นของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย พื้นที่ใช้งานที่สามารถปรับเปลี่ยน หรือออกแบบเองได้

“ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้สร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยปัจจุบันผ่านมาแล้ว 5 เดือน ทุกธุรกิจยังต้องคอยปรับตัวอยู่ตลอด และที่สำคัญต้องมีการวางแผนในระยะยาวเพื่อรับมือกับพฤติกรรม และการใช้ชีวิตในอนาคตที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยสิงห์ เอสเตท มองไปถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานคู่ขนาน ร่วมกับการพัฒนาแผนงานเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในด้านต่างๆ ซึ่งธุรกิจอาคารสำนักงานเป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก และบริษัทได้วางกลยุทธ์ Five Agile Developments เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของธุรกิจ ประกอบด้วย

Agile Tool Development คือ การพัฒนาเครื่องมือ และระบบของอาคาร เช่น ระบบดูแลด้านสุขอนามัยของอาคารแบบครบวงจร การเพิ่มระบบต่างๆ เพื่อรองรับการใช้ชีวิต และการทำงานให้สะดวกขึ้น (Cloud system management, E-Tax/Revenue, Intelligent parking, Delivery platform and Cashless society) เพื่อให้สอดรับกับสังคม Social distancing

Agile Target Development คือ การปรับ ขยายตลาดเป้าหมาย รวมถึงเครื่องมือใหม่ๆ ในการรองรับลูกค้าทั้งรายใหญ่ และรายย่อย โดยนอกจากบริการดูแลสุขอนามัยแบบครบวงจรแล้ว ยังเพิ่มทางเลือกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น การสร้างพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย การให้บริการ Flexibility space, Ready to move in office, Co separate working space รวมไปถึง Island pod หรือพื้นที่ทำงานย่อยส่วนบุคคล

Agile Business Development คือ การพัฒนา มองหาการเพิ่มบริการ และช่องทางธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมถึงการต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว โดยเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นหลัก

Agile Process Development คือ ยกระดับการดำเนินงานด้วยเครื่องมือที่ช่วยลดระยะเวลา นำนวัตกรรมและโปรแกรมต่างๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ให้มีการอัพเดทเทรนด์ และความรู้อยู่ตลอดเวลา

Agile Unite Development คือ การมองในภาพรวม การสร้างสังคมของการอยู่ร่วมกัน พัฒนาเครื่องมือในการสนับสนุน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งเจ้าของอาคารและผู้เช่า หรือระหว่างผู้เช่าด้วยกัน อาทิ Virtual market platform รวมถึงยังเพื่อสร้างสังคมที่ดีจากภายใน ไปถึงสังคมรอบข้าง นำไปสู่สังคมคุณภาพ และยั่งยืน

ปัจจุบันสิงห์ เอสเตท มีทั้งสิ้น 4 อาคารได้แก่ อาคารซันทาวเวอร์ส, อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์, เดอะ ไลท์เฮ้าส์ และอาคารเมโทรโพลิศ พื้นที่รวม 140,000 ตารางเมตร มีอัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยราว 87% โดยอีกหนึ่งก้าวสำคัญของธุรกิจอาคารสำนักงาน ของสิงห์ เอสเตท คือ ก้าวไปสู่การเป็นพื้นที่ Hygienic & Flexibility ที่มีนวัตกรรมรองรับอย่างครบวงจร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

นายนริศ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดการดำเนินงานของแต่ละโครงการด้วยว่า ธุรกิจอาคารสำนักงานของสิงห์ เอสเตท ยังดำเนินงานได้ตามแผน มีผลกระทบบ้างเล็กน้อยในส่วนของพื้นที่รีเทล ที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการ ซึ่งทางเรามีมาตรการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยที่อาคาร Suntowers – ลูกค้าส่วนมากเป็นรายใหญ่ อยู่กันมานาน และอยู่ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่มาก จึงทำให้โครงการได้รับผลกระทบน้อย ส่วนอาคาร Singha Complex ก็เช่นกัน ลูกค้ารายใหญ่ได้รับผลกระทบน้อย และยังสามารถเพิ่มลูกค้าได้ด้วยในส่วนพื้นที่ๆ ยังว่างอยู่ จะมีผลกระทบก็คือลูกค้ารีเทลซึ่งทางอาคารก็มีมาตรการช่วยเหลือ โดยภาพรวมการดำเนินงานยังเป็นไปตามแผน ขณะที่อาคาร Metropolis เนื่องจากผู้เช่าเป็นกลุ่ม SME และ Start up ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบทางธุรกิจ และมีการขอหยุด หรือยกเลิกสัญญา ซี่งในจุดนี้ทางบริษัทมองเป็นโอกาสในการดำเนินกลยุทธ์ใหม่ในทันที เป็นจังหวะที่ดีภายหลังได้เข้าซื้ออาคารนี้มาเมื่อต้นปี ที่จะได้เดินหน้าปรับปรุงอาคารเพื่อให้พร้อมรองรับกับ Next Normal of Commercial ต่อไป โดยคาดว่าในปีนี้ธุรกิจอาคารสำนักงานของสิงห์ เอสเตท จะสร้างรายได้เป็นไปตามเป้า

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1005
mod_vvisit_counterAll days1005

We have: 1003 guests online
Your IP: 216.73.216.96
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 20, 2026

8199800