Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News SCB PRIVATE BANKING ชูแนวคิด BEAT THE BENCHMARK
SCB PRIVATE BANKING ชูแนวคิด BEAT THE BENCHMARK PDF Print E-mail
Friday, 05 March 2021 09:52

SCB PRIVATE BANKING สานต่อยุทธศาสตร์องค์กรผลักดันธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) หนึ่งในธุรกิจหลักสำคัญที่จะสร้างการเติบโตให้กับธนาคารทดแทนรายได้แบบเดิม โดยเน้นการเพิ่มรายได้ที่มาจากการลงทุน พร้อมชูกลยุทธ์รุกตลาดไพรเวทแบงก์กิ้ง ภายใต้แนวคิด “BEAT THE BENCHMARK” ผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ 1) Wealth Preservation วางแผนต่อยอดความมั่งคั่งส่วนบุคคลให้กับลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและทีมที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุนส่วนบุคคลระดับมืออาชีพ 2) Wealth Creation บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เน้นการสร้างความมั่งคั่งในทุกโอกาสการลงทุนแบบใหม่ เสริมสร้างสภาพคล่องเพื่อสร้างความมั่งคั่ง และ3) SCB Financial Group ผสานความแข็งแกร่งของกลุ่มไทยพาณิชย์ ครบเครื่องทั้งด้านองค์ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ของทีมงานระดับมืออาชีพ ครอบคลุมเรื่องการเงิน การลงทุน และการทำธุรกิจ ตั้งเป้าสิ้นปี 2566 มี AUM แตะระดับ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงสุดที่เหมาะกับความเสี่ยงของลูกค้า และนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถครองใจลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งของเมืองไทย

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า “ภาพรวมเวลธ์ทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตกว่าปีละ 7% จากปี 2561 โดยเฉพาะในจีน และกลุ่มเอเชียแปซิฟิค1 ธุรกิจเวลธ์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าทรัพย์สินมีโอกาสเติบโตปีละ 5% โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High Net Worth Individuals/ HNWIs) ขึ้นไป2 ไทยพาณิชย์มองเห็นโอกาสจากการเติบโตของตลาดและจากการเป็นสถาบันการเงินอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่มีฐานลูกค้าบุคคลมากกว่า 16 ล้านคน และมีฐานเงินฝากติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ ทำให้ไทยพาณิชย์สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และสามารถช่วยวางแผนการเงินให้กับลูกค้าได้เต็มรูปแบบและครบวงจร ที่สำคัญธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) นับเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์องค์กรที่สร้างการเติบโตให้กับธนาคารอย่างยั่งยืนทดแทนธุรกิจเดิม”

“ตั้งแต่ปี 2560 เราได้ดำเนินการตามแผน Wealth Transformation จนกระทั่งในปี 2563 ที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจของ SCB Wealth ทำรายได้โตสวนกระแสทั้งธุรกิจการลงทุนและธุรกิจประกัน สร้างผลกำไรให้กับธนาคารกว่า 15% หรือคิดเป็นสัดส่วน 56% ของรายได้ที่มาจากค่าธรรมเนียม และด้วยความสามารถในการให้คำปรึกษา ธนาคารจึงได้วางเป้าหมายธุรกิจเวลธ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า ภายใต้แนวคิด “BEAT THE BENCHMARK” ที่มาจากการให้ความสำคัญต่อการได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับไทยพาณิชย์ เราจึงทุ่มเทและเน้นในเรื่องของการดูแลให้คำปรึกษาด้านการบริหารพอร์ตการลงทุนของลูกค้า คัดสรรผลิตภัณฑ์ โซลูชันด้านการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดและเหนือกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดได้ (Beat the market) นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนารูปแบบการให้บริการด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้คำปรึกษา พร้อมยกระดับการให้บริการที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับลูกค้า SCB Wealth รวมถึงนักลงทุนชาวไทย และนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Set the new benchmark) โดยเป้าหมายหลักของธนาคาร คือ ก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าเวลธ์ และเป็นส่วนสำคัญในการรับผิดชอบต่อสังคม ให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างเหมาะสม” นายสารัชต์ กล่าวเสริม

นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันภาพรวมของ SCB Wealth มีฐานลูกค้าจำนวนกว่า 300,000 ราย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลูกค้า SCB PRIME มีสินทรัพย์ 2-10 ล้านบาท กลุ่ม SCB FIRST มีสินทรัพย์ 10-50 ล้านบาท และกลุ่ม SCB PRIVATE BANKING มีสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป และเพื่อเป็นการขานรับยุทธศาสตร์องค์กรในการผลักดันธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) หนึ่งในธุรกิจหลักสำคัญที่จะสร้างการเติบโตให้กับธนาคารอย่างยั่งยืน เราจึงปรับกลยุทธ์การบริหารธุรกิจเวลธ์ ด้วยยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Wealth Transformation ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อสร้างรากฐานใหม่ในการทำธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)โดยเน้นการสร้างขีดความสามารถในการให้คำปรึกษา (Advisory Capability) ควบคู่ไปกับการปรับ Operating Model พัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านการลงทุนในรูปแบบของ Open Architecture ที่คัดสรรเป็นพิเศษจากพันธมิตรด้านการลงทุนและประกันกว่า 35 แห่ง เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกด้านการลงทุน ที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีและสามารถเพิ่มความมั่งคั่ง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างศักยภาพของ RM (Relationship Manager) ให้มีความรู้ ความสามารถในการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนเต็มรูปแบบอย่างมืออาชีพ ตอกย้ำบทบาทสำคัญของธนาคารในฐานะ “Trusted Partner” สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่วางรากฐานไว้ได้ส่งผลให้สิ้นปี 2563 ที่ผ่านมารายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เติบโตกว่า 25% สำหรับกลยุทธ์หลักของกลุ่มธุรกิจ SCB Wealth ในปี 2564 จะโฟกัสและมุ่งเน้นการเติบโตของเซกเมนต์ไพรเวทแบงก์กิ้ง ด้วยการเปิดตัวโฉมใหม่ของธุรกิจ SCB PRIVATE BANKING กับกลยุทธ์ในการให้คำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญครบวงจรและเต็มรูปแบบ”

ดร.เมธินี จงสฤษดิ์หวัง รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน PRIVATE BANKING ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ปี 2563 ที่ผ่านมานับเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ตลาดการเงินการลงทุนทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างสูงประกอบกับการแข่งขันอย่างดุเดือดในธุรกิจ “ไพรเวทแบงก์กิ้ง” ที่แต่ละสถาบันต่างพร้อมใจกันขนโซลูชันทางการเงิน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง เข้ามาดูแลกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง สำหรับ SCB PRIVATE BANKING ได้สร้างปรากฏการณ์ในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่อยู่ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 850,000 ล้านบาท และหากพิจารณาเฉพาะ Investment AUM  (ไม่รวมเงินฝาก)  จะมีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 570,000 ล้านบาท และยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการบริหารพอร์ตการลงทุนให้ลูกค้าได้สูงถึง 14.9% ในระยะเวลา 1 ปี (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2563) ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนประเภทความเสี่ยงปานกลางตามคำนิยามของ AIMC3 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการพัฒนารูปแบบการให้บริการจาก service-led เป็น advisory-led relationship ด้วยแผนบริหารการเงินการลงทุนที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้าแต่ละราย (Personalized Asset  Allocation) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีบนความเสี่ยงที่ลูกค้าสามารถรับได้ โดยในปี 2564 นี้ SCB PRIVATE BANKING ยึด 3 กลยุทธ์แกนหลักอันเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่

1.      Investment Solutions for Wealth Preservation วางแผนต่อยอดความมั่งคั่งส่วนบุคคลให้กับลูกค้า ด้วยทีมที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุนส่วนบุคคลระดับมืออาชีพ จัดพอร์ตการลงทุนให้ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์อย่างทันท่วงที โดยใช้เครื่องมืออันชาญฉลาดที่เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (data intelligence and optimization tools) รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่หลากหลายครบวงจร ทันกับสภาวะตลาดและเศรษฐกิจในรูปแบบของ Open Architecture เพื่อเข้าถึงทุกการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในสินทรัพย์หลากหลายประเภท กว่า 10,000 หลักทรัพย์และกองทุน ไม่ว่าจะเป็น Public assets หรือ Private assets โดยปัจจุบันเชื่อมต่อถึง 19 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในไทย 23 ตลาดหลัก ๆ ทั่วโลก รวมไปถึง มี Discretionary Portfolio Management อีกด้วย เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

2.      Business Solutions for Wealth Creation บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจอย่างครอบคลุมรอบด้าน เน้นการสร้างความมั่งคั่งในทุกโอกาสการลงทุนแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างสภาพคล่องหรือสร้างเงินใหม่ให้กับลูกค้า เช่น สินเชื่อเพื่อการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ  อาทิ SCB Property Backed Loan สินเชื่อเพื่อใช้ในการบริหารความมั่งคั่ง ที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา สำหรับใช้เพิ่มกระแสเงินสด เพื่อให้ลูกค้าไม่พลาดทุกจังหวะการลงทุน

3.      SCB Financial Business Group ผสานความแข็งแกร่งของกลุ่มไทยพาณิชย์ ที่ครบเครื่องทั้งด้านความรู้ และความชำนาญเพื่อเปิดกว้างด้านการลงทุน ครอบคลุมเรื่องธุรกิจ เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า โดย SCB PRIVATE BANKING เป็นตัวแทนทุกกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การบริหารและสร้างความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าในทุก ๆ ช่องทาง

“หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของไทยพาณิชย์ คือ การขยายฐานลูกค้ากลุ่มไพรเวทให้เติบโตไปพร้อมกับก้าวใหม่ของธนาคาร มุ่งมั่นพัฒนาในด้านต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินแบบครบวงจร บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจอย่างครอบคลุมรอบด้านจากบุคลากรระดับมืออาชีพ และความแข็งแกร่งของกลุ่มไทยพาณิชย์ จะสามารถบริหารความมั่งคั่งที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า คาดว่าภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักของ SCB PRIVATE BANKING ที่มุ่งพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจจะช่วยผลักดันให้ภายในสิ้นปี 2566 จะมี AUM แตะที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงสุดที่เหมาะกับความเสี่ยงของลูกค้า และนำไปสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ที่สามารถครองใจลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งของเมืองไทย” ดร.เมธินี กล่าวเสริม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

SCB PRIVATE BANKING on track to becoming Thailand’s private banking leader, embracing three strategic thrusts and promoting “Beat the Benchmark” concept

Targeting one trillion-baht AUM in three years and becoming number one in customers' hearts

SCB PRIVATE BANKING continues to embrace the wealth management business as its corporate strategy driving growth and replacing traditional income.  As one of the bank’s key businesses, SCB PRIVATE BANKING emphasizes increasing income from investments. As part of its effort to expand the market, the “Beat the Benchmark” concept will be employed through three key pillars: 1) Wealth Preservation utilizing a wide range of products and teams of professional personal investment finance advisors to grow wealth; 2) Wealth Creation using business consulting services to generate wealth from every new investment opportunity identified with strengthening liquidity; and 3) The SCB Financial Group synergizing the SCB Group’s professional teams that are well equipped with knowledge, expertise, and experience covering finance, investments, and conducting business. Optimizing its service capabilities, offering superior service standards, and allowing customers to enjoy the highest returns on investment portfolios suitable for their risk appetite will pave the way to SCB PRIVATE BANKING winning its customers' hearts and set a new standard for winning private banking customers in Thailand, leading to AUM reaching one trillion baht by the end of 2023.

In revealing its latest strategic move, Siam Commercial Bank President Mr. Sarut Ruttanaporn revealed that “Overall wealth around the world is forecast to grow over 7% CAGR from 2018 to 2024, especially in China and the Asia Pacific countries.1 The wealth business in Thailand is likely to continue growing steadily, with a forecast that assets are likely to grow by 5% per year, especially among high-net-worth individuals (HNWIs)2.  Realizing opportunities from market growth and from being Thailand’s top-ranked financial institution with a customer base of over 16 million and being a Top Three bank in terms of deposits allows SCB to extend its wealth management business even further and help design financial plans for customers to the fullest extent.  And most importantly, the wealth management business is one of the bank’s corporate strategies for creating sustainable growth, replacing traditional sectors."

“We have been implementing our Wealth Transformation plan since 2017. In 2020, SCB Wealth's business demonstrated revenue against both investment and insurance businesses, generating over 15% of the bank's revenues, or 56% of fee-based income. With its strong advisory capabilities, the Bank has set its wealth business goal for the next three years under a “Beat the Benchmark” concept, prioritizing the confidence and trust our customers have placed in us.  We will therefore be fully committed to focusing on providing portfolio management advice, product selection, and investment solutions capable of beating the market and generating the best returns. “In addition, we are determined to continue developing our wealth management approaches to increase the capability of our advisory service and raise the bar for our services to generate even better returns on investment for SCB Wealth customers and Thai investors. Our efforts will set a new benchmark for the wealth management business. SCB’s major goal is to become ‘Number One’ in the hearts of our wealth segment customers, and play an important role in fostering social responsibility by providing Thais with access to knowledge, understanding, and appropriate financial and investment products and services,” added Mr. Sarut Ruttanaporn.

Siam Commercial Bank Senior Executive Vice President & Chief Wealth Banking Officer Mr. Narong Srichukrin said, “Currently, SCB Wealth has a base of over 300,000 customers, divided into three main groups: SCB PRIME for customers with assets of 2-10 million baht; SCB FIRST for customers with assets of 10-50 million baht; and the SCB PRIVATE BANKING Group for customers having assets of 50 million baht or more. SCB Wealth has over two trillion baht in assets under management (AUM). In response to the bank’s corporate strategy aiming to drive the wealth management business as one of the key businesses creating sustainable growth for the Bank, since 2017 we have embarked upon a Wealth Transformation Plan to create a new foundation for the wealth management business by focusing on building advisory capability along with adjustments to our operating model. This effort allows us to offer investment products and solutions on an Open Architecture platform specially curated from over 35 investment and insurance partners, leaving more investment options for our clients. These efforts will create satisfactory returns and can increase wealth even further. In addition, we are also focusing on upskilling our Relationship Managers (RMs), providing them with the latest knowledge and the ability to provide professional investment advice to the fullest extent.  The move underscores the Bank's important role as a "Trusted Partner". This foundation has been well proven, with SCB’s wealth management revenues growing over 25% by the end of 2020. SCB Wealth's core strategy in 2021 will focus on the growth of the SCB PRIVATE BANKING segment, revealing a new look for its PRIVATE BANKING business with a team of experts delivering a full spectrum of investment advisory services."

Dr. Metinee Jongsaliswang, First Executive Vice President & Head of SCB PRIVATE BANKING noted, “2020 has been a challenging year. The global investment and finance markets have experienced high volatility and fierce competition in the private banking business, with each institution bringing in financial solutions and wealth management experts to take care of their high net-worth clients. SCB PRIVATE BANKING has experienced stellar results over the past year, with net asset value under management (AUM) of over 850 billion baht. Excluding deposits, investment AUM stood at roughly 570 billion baht, with return on investment for portfolio management as high as 14.9% during a one-year period (1 January – 31 December 2020), higher than the rate of return for a medium-risk investment as defined by the Association of Investment Management Companies (AIMC)3. This was a result of the change from a service-led to advisory-led relationship with personalized asset allocation and investment plans to increase opportunities for generating greater returns based on customers’ risk tolerance. This year, SCB PRIVATE BANKING will embrace three core strategies that will be the key to success in business operations, comprising:

Investment Solutions for Wealth Preservation: Growing personal wealth even further with a team of professional personal investment and finance advisors arranging investment portfolios that are quick to adapt to changing situations, through data intelligence and optimization tools and a comprehensive range of financial products and services.  Clients can keep up with market and economic situations with products from the Open Architecture platform, allowing access to all kinds of local and international investments and a wide variety of over 10,000 securities and funds, both public and private.  Currently, the platform connects 19 fund managers in Thailand and 23 major markets around the world.  The Discretionary Portfolio Management approach allows the best returns for customers.

Business Solutions for Wealth Creation: A comprehensive business consulting service focusing on creating wealth in every investment opportunity as never before, with new, versatile, and efficient solutions to enhance liquidity or generate new money for customers, such as the SCB Property-Backed Loan launched at the end of 2020 to increase cash flow.   These solutions will ensure that customers will never miss any investment opportunity.

The SCB Financial Business Group offers strong synergy in terms of knowledge and expertise to keep customers abreast of investments and businesses for their optimal benefits.  SCB PRIVATE BANKING represents all the financial business groups of Siam Commercial Bank combined to enhance wealth management experience and returns for customers in every channel.

“One of SCB's main goals is to expand the private banking customer base together with each of our new milestones, along with our commitment to develop a full range of financial products and services and comprehensive business consulting services by our professional advisory teams taking advantage of the strength of the SCB Group. It is expected that SCB PRIVATE BANKING's three strategic pillars that will continue developing on an ongoing basis for service optimization will help drive outstanding achievements, with AUM reaching one trillion baht in 3 years and the best possible returns on investments suitable for customers’ risk profiles, leading to new benchmark to win a special place in the hearts of our private banking customers in Thailand.  These efforts will allow SCB to eventually become Thailand’s private banking leader,” concluded Dr. Metinee Jongsaliswang

++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday468
mod_vvisit_counterAll days468

We have: 468 guests online
Your IP: 18.205.38.159
 , 
Today: Apr 23, 2021

6178760