| CMC เดินหน้ายุทธศาสตร์สีเขียว ติดโซลาร์รูฟท็อปบนอาคาร CMC |
|
|
|
| Tuesday, 02 June 2026 10:35 | |||
|
▪︎ ตอบโจทย์ ESG ลดคาร์บอน รับมือวิกฤตพลังงานโลก บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ประกาศติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) บนดาดฟ้าอาคารสำนักงานใหญ่ “ซี.เอ็ม.ซี. ทาวเวอร์” ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และโครงการชาโตว์วิลเลจ เวสต์เกต – บ้านกล้วย โครงการทาวน์โฮม ของ CMC เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) และตอกย้ำพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างเป็นรูปธรรม การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ทวีความรุนแรง จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในหลายประเทศทั่วเอเชียและยุโรป ขณะเดียวกันปัญหาภาวะโลกร้อน (Global Warming) ก็ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ภาคธุรกิจต้องร่วมกันลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และหันมาใช้พลังงานสะอาดเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว นายแพทย์ วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC เปิดเผยว่า “วิกฤตพลังงานในวันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สงครามในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาน้ำมันสะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอย่างจริงจัง CMC ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเดินหน้าลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารสำนักงานใหญ่ของเราเอง และโครงการชาโตว์วิลเลจ เวสต์เกต – บ้านกล้วย ภายใต้ชื่อโครงการ “Light the Future - ประหยัดไฟ ใส่ใจโลก” ของ CMC เพื่อเป็นต้นแบบให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ” โครงการ Solar Rooftop ของอาคาร ซี.เอ็ม.ซี. ทาวเวอร์ ใช้เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) และอินเวอร์เตอร์อัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้พลังงานของอาคารสำนักงานอย่างมีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง โดยคาดว่าจะช่วยให้บริษัทฯ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 342,000 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) ได้ประมาณ 36.6 ตัน CO₂e ต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 1,665 ต้น* (*ตัวเลขประมาณการอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลทางเทคนิคและจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง) การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ CMC ในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย และเป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ที่ผสมผสานนวัตกรรม คุณภาพชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว +++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 866 |
![]() | All days | 866 |
Comments