| กมธ.พาณิชย์ฯ แนะถอดบทเรียนต่างประเทศ รับมือ “ยุคปลอดนิโคติน”สะเทือนไร่ยาสูบไทย |
|
|
|
| Monday, 22 June 2026 23:06 | |
|
กมธ.พาณิชย์ฯ หาทางช่วยเหลือเกษตรไร่ยาสูบ ย้ำ! นโยบายเด็กเกิดหลังปี 55 ห้ามซื้อยาสูบตลอดชีวิต "Nicotine Free Generation" “ยุคปลอดนิโคติน” กระทบไร่ยาสูบหนัก ภาครัฐสร้างแรงจูงใจ ปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนยาสูบ แนะถอดบทเรียนต่างประเทศ ห้ามซื้อสินค้ามีนิโคตินตลอดชีพ หวั่น! บุหรีเถื่อนไหลทะลักถึงเมืองหลวง นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ ตามที่ น.ส. ณัฐธิดา เทพสุทิน โฆษกคณะกรรมาธิการ เสนอญัตติ “แนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบอย่างเป็นระบบ” โดย เชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูล อาทิ กรมควบคุมโรค กรมสรรพสามิต การยาสูบแห่งประเทศไทย ตัวแทนชาวไร่ยาสูบ สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย กรณีการได้รับอิทธิพลมาจากกรอบแนวคิด FCTC (WHO Framework Convention on Tobacco Control) เพื่อนำมาปรับใช้ ในประเทศไทย หวังลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ ให้เหลือน้อยที่สุด "Nicotine Free Generation" หรือยุคปลอดนิโคติน โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ หารือถึงสภาพปัญหาและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับนโยบายควบคุมยาสูบ เนื่องจากภาคีชาวไร่ยาสูบ เห็นว่าการจำกัดการเข้าถึงไม่สามารถควบคุมหรือแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ได้จริงในปัจจุบัน หลังกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันนโยบาย กำหนดซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบ (Generation Ban) แนวคิด "Nicotine Free Generation" หรือยุคปลอดนิโคติน เป็นการกำหนดไม่ให้บุคคลที่เกิดหลังปี 2555 ไม่มีสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินได้ตลอดชีวิต แม้จะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกประเภท ทั้งบุหรี่ ซิการ์ และนิโคตินสังเคราะห์ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของตลาดนิโคตินทั้งระบบในระยะยาว คณะกรรมาธิการพาณิชย์ฯ เสนอคือ 1.การถอดบทเรียนนโยบายภาครัฐ กำหนดซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบ (Generation Ban) แนวคิด "Nicotine Free Generation" หรือยุคปลอดนิโคติน เป็นการกำหนดไม่ให้บุคคลที่เกิดหลังปี 2555 ไม่มีสิทธิ์ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินได้ตลอดชีวิต 2.การปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกร ภาครัฐควร สร้างแรงจูงใจและให้ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อให้เปลี่ยนไปปลูกพืชเชิงเดี่ยวชนิดอื่นทดแทนยาสูบ พร้อมทั้งหาตลาดรองรับเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น 3. การทบทวนภาษีและบังคับใช้กฎหมาย ทั้งผลิตภัณฑ์ในประเทศและนำเข้า รวมถึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า จากปัจจุบันจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบสออัตรา ส่งผลกระทบในวงกว้าง นางสาวบุญญา นาชัยเวียง ปุณณนิฎฐา เลขานุการคณะกรรมาธิการ ระบุว่าในฐานะที่เป็นหมอ เห็นด้วยกับแนวคิด Nicotine-Free Generation แต่มีความกังวลและข้อสงสัยที่ต้องการสอบถามหน่วยงานที่ชี้แจง มีบทเรียนจากกรณีประเทศนิวซีแลนด์ ได้ประกาศใช้กฎหมาย Nicotine-Free Generation ในปี 2022 ต่อมาเพียง 2 ปี นิวซีแลนด์ได้ตัดสินใจ "ยกเลิก" กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากปัญหาบุหรี่เถื่อน เกิดการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมาย การขยายตัวของตลาดมืด มีการเติบโตของตลาดที่ไม่เป็นทางการ ผลกระทบด้านรายได้ ภาษีสรรพสามิตลดลง นิวซีแลนด์ นับเป็น "บทเรียนสำคัญ" สำหรับประเทศไทย ควรมีมาตรการ หรือแนวทางออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย (เช่น เรื่องตลาดมืดหรือภาษี) หากประเทศไทยจะเดินหน้าผลักดัน Nicotine-Free Generation ต่อไป บทเรียนจากต่างประเทศ ที่ประชุมได้มีการยกตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศเพื่อเป็นกรณีศึกษา มัลดีฟส์ เริ่มประกาศห้ามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 อังกฤษ เริ่มดำเนินการตามหลังจากมัลดีฟส์ โดยกำหนดห้ามในวันที่ 1 มกราคม 2552 นิวซีแลนด์ ประสบปัญหาความไม่แน่นอนทางนโยบายเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง มาเลเซีย ได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงนโยบายโดยผู้ประกอบการ ทำให้กลไกนโยบายไม่ต่อเนื่องและมีการยกเลิกไปในที่สุด ขณะที่กรมควบคุมโรค ยืนยันความจำเป็นของมาตรการดังกล่าวเนื่องจากข้อจำกัดด้านสุขภาพ อ้างอิงผลการวิจัยว่าบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลรักษาผู้ป่วย จึงต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อหาทางออกร่วมกัน ที่ประชุมหารือถึงกรณีปรับเพิ่มภาษีสารรพสามิตยาสูบแบบสองอัตรา ทำให้มีการเติบโตของบุหรี่ผิดกฎหมาย ในปี 2560 ผลการสำรวจพบว่าในบุหรี่ 100 ซอง มีบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขยับขึ้นมา 28 ซอง ต่อ 100 ซอง ถือว่าเป็นการเติบโตที่สูงมาก ต้องควบคุมร้านค้า ขายบุหรี่ถูกกฎหมายต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเคร่งครัด เช่น ห้ามแบ่งขาย และห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ความได้เปรียบของบุหรี่ผิดกฎหมาย มีราคาถูกมากเพียง 20-25 บาท ต่อซอง ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อบุหรี่ผิดกฎหมายมากขึ้น ปัจจุบันมีการใช้ช่องทางออนไลน์และการส่งแบบ Delivery ทำให้เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่ายขึ้น โดยรูปแบบซองบุหรี่ถูกกฎหมายต้องเป็น "ซองเรียบ" ตามที่กฎหมายกำหนด แต่บุหรี่ผิดกฎหมายมักจะมี ภาพสีสันสวยงามและดึงดูดสายตา สามารถพบเห็นซองบุหรี่ผิดกฎหมายได้มากขึ้นตามจุดสูบบุหรี่ที่มีการทิ้งซองเปล่าไว้ บุหรี่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่จะพบมากในพื้นที่ ภาคใต้ เช่น จังหวัดสงขลา ปัจจุบันบุหรี่ผิดกฎหมายได้แพร่กระจายเข้าสู่ เขตเมืองหลวงมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนครปฐม เนื่องจากการขยายตัวของระบบการสั่งซื้อออนไลน์ ตัวแทนจากกรมสรรพสามิตได้ชี้แจงว่า เมื่อมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบสูงขึ้น มักส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนในตลาดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากส่วนต่างของราคาภาษีต่อซองที่ค่อนข้างสูง โดยในปีงบประมาณ 2567 ดำเนินคดีเกี่ยวกับยาสูบรวม 13,170 คดี คิดเป็นมูลค่า ค่าปรับรวม 2,600 ล้านบาท และยึดของกลางได้ประมาณ 2.8 ล้านซอง จากนั้นในปีงบประมาณ 2568 จำนวนคดีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 18,298 คดี มูลค่าค่าปรับรวม 5,200 ล้านบาท ยึดของกลางได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.8 ล้านซอง ในปีงบประมาณ 2569 (ข้อมูล 8 เดือนแรก: ต.ค. - พ.ค.) ดำเนินคดีไปแล้ว 16,050 คดี มูลค่าค่าปรับรวม 4,500 ล้านบาท ยึดของกลางได้ประมาณ 4.2 ล้านซอง ปัญหาบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นปัญหาส่วนใหญ่ของบุหรี่เถื่อนในตลาด โดยมีสัดส่วนสูงถึง 90% กว่า ซึ่งมักเป็นยี่ห้อที่ไม่มีจำหน่ายทั่วไปในไทย บุหรี่ไทยส่งออกที่ถูกลักลอบกลับเข้ามา มีสัดส่วนประมาณ 8% เป็นบุหรี่ที่ผลิตโดยการยาสูบแห่งประเทศไทยเพื่อส่งออก แต่ถูกนำกลับเข้ามาขายแบบผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังเริ่มมีปัญหา บุหรี่ไฟฟ้า ถือว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็น ของเถื่อน 100% ห้ามนำเข้า ห้ามครอบครอง และห้ามจำหน่ายอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม การปราบปรามในส่วนนี้อาจไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพสามิตโดยตรง จึงต้องตัดวงจรที่ศูนย์กระจายสินค้า และการเฝ้าระวังการ ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้สามารถจับกุมของกลางได้ในปริมาณมากและเข้าถึงรายใหญ่ ยอมรับว่าผลจากการปรับโครงสร้างภาษีทำให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ลดลงอย่างมาก จากปี 2556 เคยขายบุรีได้กว่า 30,000 ล้านมวน เหลือเพียง 14,000 ล้านมวนในปี 2566 ยอดบุหรี่ปลอมและบุหรี่หนีภาษีเติบโตขึ้นอย่างน่ากลัว จากเดิมร้อยละ 22 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 โดยบุหรี่ผิดกฎหมายขายเพียง 20-25 บาท ขณะที่บุหรี่ถูกกฎหมายของ กยท. ราคาอยู่ที่ 65-70 บาท ขณะนนี้นักสูบ หันไปสูบยาเส้น เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมไปสูบยาเส้นมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันยอดการสูบยาเส้น เกือบ 20,000 ล้านมวน แซงหน้ายอดจำหน่ายบุหรี่ของ กยท. 11,000 ล้านมวน ไปแล้ว กยท. ปรับราคารับซื้อให้สอดคล้องกับต้นทุนเพื่อให้ชาวไร่มีกำไรประมาณร้อยละ 15-20 ปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 127-130 บาทต่อกิโลกรัม ยังไม่มีพืชทดแทนที่คุ้มค่า กรมส่งเสริมการเกษตรฯ ยอมรับว่ายังไม่มีพืชไร่ตัวไหนให้ราคาดีเท่าใบยาสูบ และเมื่อมีการสำรวจความต้องการเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น พบว่าชาวไร่ไม่ถึงร้อยละ 10 ที่ต้องการเปลี่ยน เพราะใบยาสูบมี ระบบประกันราคา ที่แน่นอนทำให้ชาวไร่มั่นใจในรายได้ ใบยาเวอร์จิเนีย กำไรประมาณ 15-23 บาทต่อกิโลกรัม ใบยาเบอร์เลย์ กำไรประมาณ 14-18 บาทต่อกิโลกรัม ใบยาเตอร์กิช กำไรประมาณ 20-29 บาทต่อกิโลกรัม (เนื่องจากทำยากและใช้แรงงานสูงกว่า) ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย ตัวแทนชาวไร่ยาสูบ ชี้แจงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมซึ่งมีคนเกี่ยวข้องประมาณ 120,000 คน โดยการขึ้นภาษีและการเพิ่มคำเตือนบนซองบุหรี่ในช่วงปี 2564-2567 ไม่สามารถลดจำนวนผู้สูบได้ตามเป้าหมาย (ลดลงเพียง 1% จาก 9.9 ล้านคนเหลือ 9.8 ล้านคน) บุหรี่เถื่อนเติบโตขึ้นอย่างมาก จาก 3% เพิ่มเป็นเกือบ 28% ในปัจจุบัน เนื่องจากมาตรการที่ตึงตัวเกินไปทำให้ตลาดหันไปหาผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย จึงไม่เห็นด้วยกับนโยบาย Generation Ban เป็นเพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์ ได้ภาพลักษณ์แต่แก้ปัญหาผู้สูบไม่ได้จริง สำหรับการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรในการปลูกพืชหลายชนิดเพื่อกระจายความเสี่ยง หากสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งราคาตกต่ำ เกษตรกรจะยังคงอยู่ได้ ที่ประชุมได้ยกตัวอย่างพื้นที่ เคยปลูกมันสำปะหลังจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาปลูก กล้วยหอม แทน ไทยยังมีโควตาการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น การปลูกพืชทางเลือกในแหล่งปลูกยาสูบ ในพื้นที่ปลูกยาสูบหลัก เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์และชัยภูมิ เห็นว่า ข้าวโพด เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาเนื่องจากมีแหล่งน้ำเพียงพอและได้ราคาดี โดยต้องประสานงานกับผู้ประกอบการอาหารสัตว์เพื่อกำหนด ราคากลาง รับซื้อข้าวโพด เพื่อสร้างสมดุลด้านราคาและสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรในการเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดนี้ ทุกภาคส่วนต้อหารือร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อลดผลกระทบของเกษตรกรไร่ยาสูบซึ่งได้ปลูกสืบทอดกันมาตลอดชีวิต ++++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 1243 |
![]() | All days | 1243 |
Comments