Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Top Headlines ดัชนีดาวโจนส์ปิดทะยานขึ้น205.60จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดทะยานขึ้น205.60จุด PDF Print E-mail
Friday, 12 January 2018 09:26

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (11 ม.ค.) ที่ 25,574.73 จุด พุ่งขึ้น 205.60 จุด หรือ +0.81% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,767.56 จุด เพิ่มขึ้น 19.33 จุด หรือ +0.70% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,211.78 จุด เพิ่มขึ้น 58.21 จุด หรือ +0.81% โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮพร้อมกันอีกครั้ง หลังจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและมาตรการปรับลดภาษีของรัฐบาลสหรัฐ

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างผลสำรวจของรอยเตอร์ว่า บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนี S&P 500 จะมีผลกำไรโดยรวมเพิ่มขึ้นราว 11.8% และจะมีรายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น 6.9%

สำหรับบริษัทที่มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4/2560 ในวันนี้ได้แก่ ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส, ธนาคารแบล็คร็อค และธนาคารเวลส์ฟาร์โก

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่า มาตรการปฏิรูปภาษีของสหรัฐจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายปฏิรูปภาษีในช่วงก่อนวันคริสต์มาสปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2529 โดยกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและมุมมองบวกที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น ได้ช่วยสกัดปัจจัยลบต่างๆที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน ซึ่งรวมถึงรายงานที่ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 11,000 ราย สู่ระดับ 261,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และจากการแสดงความเห็นของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กซึ่งระบุว่า มาตรการปรับลดภาษีของปธน.ทรัมป์จะส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะร้อนแรงเกินไป และอาจทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นในปี 2561

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ซึ่งได้แก่ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ย.

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday22874
mod_vvisit_counterYesterday40720
mod_vvisit_counterAll days74399349

We have: 485 guests online
Your IP: 54.227.48.147
 , 
Today: Feb 25, 2018

6044784