Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Top Headlines ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง14.17จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง14.17จุด PDF Print E-mail
Wednesday, 12 June 2019 08:27

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (11 มิ.ย.)ที่ 26,048.51 จุด ลดลง 14.17 จุด หรือ -0.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,885.72 จุด ลดลง 1.01 จุด หรือ -0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,822.57 จุด ลดลง 0.60 จุด หรือ -0.01%  เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันยาวนานถึง 6 วัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดอ่อนแรงลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยปธน.ทรัมป์ได้กล่าวในระหว่างการสัมภาษณ์กับรายการ "Squawk Box" ของสำนักข่าว CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า หากปธน.สี จิ้นผิง ไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ในเดือนนี้ สหรัฐก็จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากจีน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังขู่ว่า สหรัฐจะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 3 แสนล้านดอลลาร์ หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับจีนในไม่ช้า

ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง จะพบปะกันนอกรอบการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G20 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. เพื่อเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้า

นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 18-19 มิ.ย.

อย่างไรก็ดี FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และโอกาสมากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย. และหากเทียบเป็นรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนเม.ย.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนพ.ค., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย.

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday17278
mod_vvisit_counterYesterday43945
mod_vvisit_counterAll days89296908

We have: 444 guests online
Your IP: 54.145.45.143
 , 
Today: Jun 16, 2019

6047832