| ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น224.02 จุด |
|
|
|
| Tuesday, 30 January 2024 07:42 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในวันจันทร์ (29 ม.ค.) ที่ 38,333.45 จุด เพิ่มขึ้น 224.02 จุด หรือ +0.59%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,927.93 จุด เพิ่มขึ้น 36.96 จุด หรือ +0.76% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,628.04 จุด เพิ่มขึ้น 172.68 จุด หรือ +1.12% ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ต่างก็ปิดทำนิวไฮ ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงอัลฟาเบท, ไมโครซอฟท์, ควอลคอมม์, แอปเปิ้ล, อะเมซอน และเมตา แพลตฟอร์มส์ ส่วนบริษัทจดทะเบียนรายอื่น ๆ ที่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ได้แก่เจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม), โบอิ้ง, เอ็กซอน โมบิล และเชฟรอน คริส ลาร์คิน นักวิเคราะห์จากบริษัท E-Trade กล่าวว่า "สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่สำคัญ โดยจะมีทั้งการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยรายใหญ่, ตัวเลขจ้างงาน และผลการประชุมเฟด เราคาดว่าการที่ตลาดจะสามารถรั้งแรงบวกเอาไว้ได้นั้น ผลประกอบการจะต้องไม่ออกมาน่าผิดหวัง, ตัวเลขจ้างงานควรจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ร้อนแรงมากจนเกินไป และผลการประชุมเฟดที่ส่งสัญญาณในเชิงบวกต่อตลาด" คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีกำหนดการประชุมวันแรกในวันนี้ (30 ม.ค.) และจะแถลงมติการประชุมในวันพุธที่ 31 ม.ค. หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.พ.ตามเวลาไทย ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมครั้งนี้ ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยในวันข้างหน้านั้น ผลการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และมีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.มากกว่าเดือนพ.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ รวมทั้งตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค. ในวันพุธจะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนม.ค.จาก ADP ส่วนในวันพฤหัสบดีจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนธ.ค. สำหรับในวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน +++++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 301 |
![]() | All days | 301 |
Comments