Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 18 September 2018 09:43

ติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนในช่วง 20-23 ก.ย.นี้ ก่อนที่สหรัฐจะเริ่มเก็บภาษีจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านเหรียญในวันที่ 24 ก.ย.61 มองมีโอกาสสูงที่จะบรรลุข้อตกลงบางส่วน เป็นปัจจัยบวกที่จะหนุนตลาดในสัปดาห์หน้า ดังนั้นการย่อตัวของ SET Index ไม่ต่ำกว่า 1,709 จุดเป็นโอกาสในการเก็บ เน้นไปที่หุ้นมี %Foreign Ownership ต่ำ MEGA ROBINS และ MTC เป็นหุ้นเด่นวันนี้

ปธน.ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 2 แสนล้านเหรียญอัตรา 10% แต่ยังเปิดช่องในการยุติข้อพิพาทการค้า : เช้าตรู่ของไทยวันนี้สหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าระยะที่ 2 (ระยะที่ 1 คือก้อน 3.4 และ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ) โดยรายงานการแถลงของ ปธน.ทรัมป์ มีรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจดังนี้

1. ปธน.โดนัลด์ ได้สั่งให้ USTR จัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านเหรียญในอัตรา 10% เริ่ม 24 ก.ย. นี้และจะเก็บในอัตรา 25% ในวันที่ 1 ม.ค.62

2. หากจีนตอบโต้กลับจนกระทบกับเกษตรกรสหรัฐและอุตสาหกรรมอื่นๆ สหรัฐจะเริ่มการเก็บภาษีระยะที่ 3 วงเงิน 2.67 แสนล้านเหรียญทันที

3. ในช่วงท้ายรายงาน ปธน.ทรัมป์ ได้เปิดช่องการเจรจา ด้วยการระบุว่าจีนยังมีโอกาสอีกมากมายในการแก้ไขความกังวลของสหรัฐ และขอเรียกร้องให้ผู้นำจีน (ปธน.สี จิ้นผิง) เร่งดำเนินการยุติการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์การค้านี้จะได้รับการแก้ไขในที่สุด ด้วยความร่วมมือระหว่างตัวปธน.ทรัมป์เอง และปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งเป็นที่เคารพรักอย่างที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตุว่าการดำเนินการประกาศเก็บภาษีข้างต้นจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. ขณะที่สหรัฐและจีนกำลังจะมีการเจรจาการค้ารอบใหม่ในวันที่ 20 ก.ย. เท่ากับเป็นการสะท้อนเจตนาของสหรัฐต้องการบีบให้การเจรจารอบนี้สามารถบรรลุข้อตกลงกันให้เร็วที่สุด ดังนั้นช่วงเวลา 20-23 ก.ย. จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดต้องเฝ้ารอผลการเจรจา อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามท่าทีจากจีน หากจีนยังคงยืนที่จะเข้าร่วมเจรจาในวันที่ 20 ก.ย. ตลาดจะตอบรับในทางบวก แต่หากปฎิเสธการเจรจาและปฎิบัติการตอบโต้กลับจะเป็นข่าวลบที่สร้างความตื่นตระหนกต่อตลาด

คาดปฎิกริยาของตลาดจะไม่ถึงเป็น Risk-Off แต่จะรอการเจรจาในช่วง 20-23 ก.ย. : เมื่อดูการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืน รวมไปถึง Dowjones Futures และการเคลื่อนไหวในตลาด North Asia เช้านี้ ยังไม่ได้มีปฎิกิริยาตื่นตระหนกมากนัก คาดว่าตลาดยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนโหมดเป็น Risk-Off แต่นักลงทุนน่าจะแค่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปบางอย่างในช่วง 20-23 ก.ย.61 ทั้งนี้หากแบ่งสถานการณ์ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนออกเป็น 3 ช่วง ประกอบไปด้วย

ช่วงที่ 1 ก่อนเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 6 พ.ย. จะเป็นช่วงที่จีนถูกบีบจากสหรัฐสูงที่สุด ซึ่งต้องติดตามว่าจีนจะยอมทำข้อตกลงการค้าใหม่ด้วยการยอมบางส่วนเพื่อเป็นการสร้างคะแนนความนิยมให้ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ก่อนการเลือกตั้ง หรือจะไม่ยอมและยื้อเวลาไปถึงช่วงที่ 2

ช่วงที่ 2 ช่วงหลังเลือกตั้งจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่การเก็บภาษี 2 แสนล้านเหรียญยังอยู่ในอัตรา 10% จีนอาจมองเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายต่อการเจรจามากขึ้น ท่าทีของสหรัฐอาจลดความแข็งกร้าวลงเนื่องจากพ้นการเลือกตั้งมาแล้ว อีกทั้งในช่วงกลาง พ.ย. จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐและจีน จะเป็นช่วงที่ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีโอกาสจบลงได้มากที่สุด

ช่วงที่ 3 เริ่มต้นปี 2562 หากยังไม่สามารถมีบรรลุข้อตกลงกันได้ เท่ากับเปิดศึกอย่างเป็นทางการ สหรัฐจะเก็บภาษีจากจีนในอัตรา 25% ทั้งก้อน 5 หมื่นและ 2 แสนล้านเหรียญ ฝั่งจีนก็จะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 1.1 แสนล้านเหรียญในอัตราภาษีที่สูงกว่าสหรัฐ และตามด้วยการตอบโต้ไปมาอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดอย่างรุนแรง

SET Index พักตัวต่อในระดับไม่ต่ำกว่า 1,709 จุดเป็นโอกาสในการเข้าเก็บกลุ่มหุ้นที่มีระดับ %Foreign Ownership ในระดับต่ำ : คาด SET Index จะอยู่ในโหมดพักตัวไปอีกสักพัก โดยดัชนีไม่น่าลงไปต่ำกว่า 1,709 จุด และยังคงคาดว่าจะดีดตัวขึ้นทดสอบ 1,730 จุดในช่วงปลายสัปดาห์ ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นโอกาสในการสะสมกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศถือครองหุ้นในระดับต่ำ เพื่อรอการกลับมาซื้อคืนของต่างชาติอีกครั้ง KS Research ทำการคัดกรองหุ้นที่มี %Foreign Ownership ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี หรือต่ำกว่า -1SD และมี Upside สูงมีตัวที่น่าสนใจดังนี้ BBL KTB AP QH SIRI SPALI LH ADVANC DTAC MEGA ROBINS STEC HANA AMATA MTC ในกลุ่มหุ้นดังกล่าวเลือก MEGA ROBINS และ MTC เป็น Top Pick วันนี้ อนึ่งนักลงทุนสามารถเลือกสะสมในกลุ่มหุ้นตามธีมอื่นๆดังนี้ 1) หุ้นปันผลสูง TISCO PTTGC 2) EEC Play JWD 3) กำไรในครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก BJC PRM ORI STEC RJH SVI COM7 HANA MTC SAWAD 4) Monthly Pick BBL KTB MTC SIRI ORI LH AP SPALI CPN ROBINS TNR ADVANC BEM JWD IVL

 

Daily Picks

Daily Picks   Trading Target

ROBINS           72.00

MEGA             40.00

MTC              46.00

 

Monthly pick

BBL CPN KTB ADVANC MTC ROBINS ORI BEM LH JWD AP TNR SPALI IVL SIRI

 

KS Daily Portfolio

Portfolio ของ KS Research ถือ CPALL SAWAD STEC HANA และเงินสด 20%

1. หุ้นผลประกอบการครึ่งหลังของปีจะดีกว่าครึ่งแรก

SAWAD เราคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ แตะระดับต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1 และคาดจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 หนุนจากสินเชื่อที่เติบโตขึ้น, อัตราตอบแทนสินเชื่อที่ผ่านระดับต่ำสุดแล้วและการตั้งสำรองที่ลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ผลจากการเริ่มใช้นโยบายบัญชีใหม่ของ BFIT ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2563 ขึ้น 2-3% ด้วยอานิสงส์หลักจากการปรับเพิ่มอัตราเติบโตของสินเชื่อและอัตราตอบแทนพร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 47.50 บาท (จาก 47 บาท) หรือด้วย PBV กลางปี 2562 ที่ 4.1 เท่า

STEC คาดราคาหุ้นจะตอบสนองต่อ มติ ครม. เกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ลดความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนและทำให้การประมูลโครงการต่างๆล่าช้า คาดนับจากนี้จะได้เห็นการเข็นงานประมูลออกมามากขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนการฟื้นตัวของ STEC นอกจากนี้ด้วย Backlog ที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทจะเริ่มเห็นการเร่งรับรู้รายได้ในตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 และยาวไปจนถึง 2563 หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง

HANA ปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นเป็น 45 บาท โดยมีมุมมองบวกต่อความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H61 ซึ่งทำให้กำไรใน 2H61 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง HoH และ YoY กอปรการขยายพื้นที่โรงงานที่ลำพูนและอยุธยาจะเป็นตัวหลักในการเติบโตต่อเนื่องในปี 2562 ระดับ Valuation ปัจจุบันยังถูก และน่าสนใจ อยู่ เนื่องจากคิดเป็น PER ปี 2562 ที่เพียง 11.5 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นที่ 12.2 เท่า

CPALL เราปรับเพิ่มคำแนะนำ CPALL เป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 80.50 บาท แม้เราคาดว่าไตรมาส 3/2561 จะเป็นอีกไตรมาสที่กำไรสุทธิของ CPALL จะอ่อนตัว แต่เราคาดว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะยังอยู่ในแนวบวก อย่างไรก็ดีเราคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/2561 หนุนจากบรรยากาศการบริโภคที่ดีขึ้นตามการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีรายได้ระดับต่ำและ ความคาดหวังต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง

 

Strategist

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

ศักดิ์สิทธิ์ ผลมานะ

Assistant analyst

 

KS Research Team

 

Kasikorn Securities PCL

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 18 ก.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday6499
mod_vvisit_counterYesterday27025
mod_vvisit_counterAll days80936292

We have: 251 guests online
Your IP: 54.159.44.54
 , 
Today: Nov 16, 2018

4251576