Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Thursday, 20 September 2018 09:44

กระแสดอกเบี้ยขาขึ้นกลับมาอีกครั้ง กระตุ้นกลุ่มธนาคารจะเป็นตัวนำตลาดในวันนี้ ประคอง SET Index ไม่ให้ลงไปต่ำกว่า 1,740 จุด คาดว่าสัปดาห์หน้าดัชนีมีโอกาสดีดตัวขึ้นเกิน 1,760 จุดอีกรอบ จากการประชุม FOMC ที่ Fed จะส่งสัญญาณ Dovish มากกว่าที่ตลาดคาด เลือก TISCO SPALI PTTGC เด่น

กระแสดอกเบี้ยขาขึ้นกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ตลาดตอบรับในทางบวกต่อการพุ่งขึ้นของ US 10Y Bond Yield : กลุ่มธนาคารใน S&P500 ปรับพุ่งขึ้นถึง 2.3% มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเป็นปฎิกิริยาตอบรับการปรับเพิ่มขึ้นของ US 10Y Bond Yield พุ่งขึ้น 8.3 bps ใน 2 วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น US 2Y Bond Yield ทำจุดสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 2.79% แต่การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่มากกว่า จนทำให้ Spread ระหว่าง US 10Y - 2Y Bond Yield ขยับขึ้นมาเป็น 0.27% ช่วยลดความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวในอนาคต

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นล่วงหน้าก่อนการประชุม FOMC ในวันที่ 25-26 ก.ย.61 ซึ่งตลาดรับรู้แล้วว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% โดยดูจากความน่าจะเป็นของ Fed Fund Futures การขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.61 ล่าสุดมาอยู่ที่ 99% ที่น่าสนใจคือตลาดมาให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ด้วยการให้ความน่าจะเป็นขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค.61 สูงถึง 76% (ปรับเพิ่มขึ้นจาก 60% เมื่อสัปดาห์ก่อน)

การคาดการณ์ของตลาดข้างต้น จะเป็นผลให้ US Dollar Index อ่อนค่าลงไปอีกระยะ (จากการขายพันธบัตรสหรัฐ) แต่เชื่อว่าเมื่อถึงการประชุม FOMC ในวันที่ 25-26 ก.ย.61 มีโอกาสสูงที่จะ Positive Surprise จาก

1. การแถลงของประธาน Fed คุณเจโรม พาวเวล หากยังคงยืนยันมุมมองเงินเฟ้อระยะยาวจะไม่เกิน 2% และยืนยันการดำเนินนโยบายเรื่องดอกเบี้ยแบบระมัดระวังไม่เร็วไม่ช้าเหมือนที่พูดการประชุมเศรษฐกิจที่แจ๊กสันโฮล ตลาดจะมองเป็นโทน Dovish อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะลดลง ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะตอบรับทางบวก

2. การคาดการณ์ดอกเบี้ยของกรรมการ Fed ในรูป Dot Plot หากยังคงยืนยันในปีนี้ที่ 2.315 - 2.500% และปีหน้าที่ 3.125-3.250% (เท่ากับการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 4 ครั้ง และปีหน้า 3 ครั้ง) สะท้อนว่า Fed ยังมองเงินเฟ้อไม่เร่งตัว จะเป็นอีกข่าวดีที่ทำให้ตลาดปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้

การประชุม กนง. มติคงดอกเบี้ยเริ่มเสียงแตกมากขึ้น แต่มีเหตุผลที่ทำให้เชื่อได้ว่าปีนี้ยังไม่น่าขึ้นดอกเบี้ย : ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ด้วยเสียงที่ไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 2 เสียง ต่างจากการประชุมครั้งก่อนหน้าที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยด้วยมติ 6 ต่อ 1 เสียง ทั้งนี้ในการประชุมครั้งนี้มีกรรมการใหม่ 1 ท่านคือ ดร.สมชัย จิตสุชน ซึ่งมีแนวความคิดนิยมการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายที่น้อยกว่ากรรมการท่านก่อน

มติ 5 ต่อ 2 ได้ทำให้ตลาดตื่นตัวมากขึ้น เพราะขอเพียงแค่กรรมการอีก 2 ท่านพลิกกลับมาอยากขึ้นดอกเบี้ย มติจะเปลี่ยนทันทีเป็น 3 ต่อ 4 อย่างไรก็ตาม KS Research ยังคงคาดว่า กนง. น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในต้นปีหน้ามากกว่าด้วยเหตุผล

1. ธปท. ยังคงคาดการณ์ GDP Growth ในปีนี้ไว้ที่ 4.4% จุดนี้น่าสนใจมาก เนื่องจาก GDP ครึ่งปีแรกโตถึง 4.8% (ประกาศไปเมื่อ 20 ส.ค.61 GDP ครึ่งปีแรกสวยสด แต่ ธปท. ก็ยังคงคาดการณ์ GDP ทั้งปีเท่ากับการประชุมรอบ 8 ส.ค.61 สะท้อนว่า ธปท. มีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังที่ถูกกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมและจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง

2. ธปท. ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ที่ 1.1% และปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อในปีหน้าจาก 1.2% สู่ 1.1% ด้วยเกณฑ์ที่ ธปท. ใช้ในการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับดอกเบี้ยโดยอิงกับกรอบเงินเฟ้อเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องค่อนข้างขัดแย้งหาก กนง. จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

3. ติดตามการรายงาน GDP Growth งวด 3Q61 ในวันที่ 11 พ.ย.61 หากชะลอตัวจริง การประชุม กนง. ในวันที่ 14 พ.ย.61 น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ย และส่งสัญญาณคงต่อเนื่องไปถึงการประชุมใน 19 ธ.ค.61

กลุ่มธนาคารดูสดใส คาดจะช่วยประคอง SET Index ไม่ให้ลงไปต่ำกว่า 1,740 จุด : แม้ SET Index วานนี้จะขึ้นไปเกิน 1,750 จุด แต่ยังยืนระยะไม่ได้และมีโอกาสที่จะวนกลับลงมาในวันนี้ แต่กลุ่มธนาคารซึ่งได้แรงหนุนจากกระแสดอกเบี้ยขาขึ้น น่าจะเป็นตัวช่วยประคองดัชนีไม่ให้ลงไปต่ำกว่า 1,740 จุด ทั้งนี้ยังคงมุมมอง SET Index จะพักตัวก่อนที่จะดีดตัวขึ้นผ่าน 1,750 จุดในสัปดาห์หน้า เลือก TISCO SPALI PTTGC เป็นหุ้นเด่น อนึ่งนักลงทุนสามารถเลือกสะสมในกลุ่มหุ้นตามธีมอื่นๆดังนี้ 1) หุ้นปันผลสูง TISCO PTTGC 2) EEC Play JWD 3) กำไรในครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก BJC PRM ORI STEC RJH SVI COM7 HANA MTC SAWAD 4) Monthly Pick BBL KTB MTC SIRI ORI LH AP SPALI CPN ROBINS TNR ADVANC BEM JWD IVL

 

Daily Picks

Daily Picks  Trading Target

SPALI           27.00

TISCO           88.00

PTTGC           90.00

 

Monthly pick

BBL CPN KTB ADVANC MTC ROBINS ORI BEM LH JWD AP TNR SPALI IVL SIRI

 

KS Daily Portfolio

เพิ่ม PTTGC เข้าพอร์ตที่ระดับเปิดด้วน้ำหนัก 20% จะทำให้Portfolio ของ KS Research ถือ CPALL SAWAD STEC HANA และ PTTGC

1. หุ้นผลประกอบการครึ่งหลังของปีจะดีกว่าครึ่งแรก

SAWAD เราคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ แตะระดับต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1 และคาดจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 หนุนจากสินเชื่อที่เติบโตขึ้น, อัตราตอบแทนสินเชื่อที่ผ่านระดับต่ำสุดแล้วและการตั้งสำรองที่ลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ผลจากการเริ่มใช้นโยบายบัญชีใหม่ของ BFIT ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2563 ขึ้น 2-3% ด้วยอานิสงส์หลักจากการปรับเพิ่มอัตราเติบโตของสินเชื่อและอัตราตอบแทนพร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 47.50 บาท (จาก 47 บาท) หรือด้วย PBV กลางปี 2562 ที่ 4.1 เท่า

STEC คาดราคาหุ้นจะตอบสนองต่อ มติ ครม. เกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ลดความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนและทำให้การประมูลโครงการต่างๆล่าช้า คาดนับจากนี้จะได้เห็นการเข็นงานประมูลออกมามากขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนการฟื้นตัวของ STEC นอกจากนี้ด้วย Backlog ที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทจะเริ่มเห็นการเร่งรับรู้รายได้ในตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 และยาวไปจนถึง 2563 หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง

HANA ปรับมูลค่าพื้นฐานขึ้นเป็น 45 บาท โดยมีมุมมองบวกต่อความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H61 ซึ่งทำให้กำไรใน 2H61 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง HoH และ YoY กอปรการขยายพื้นที่โรงงานที่ลำพูนและอยุธยาจะเป็นตัวหลักในการเติบโตต่อเนื่องในปี 2562 ระดับ Valuation ปัจจุบันยังถูก และน่าสนใจ อยู่ เนื่องจากคิดเป็น PER ปี 2562 ที่เพียง 11.5 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นที่ 12.2 เท่า

CPALL เราปรับเพิ่มคำแนะนำ CPALL เป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 80.50 บาท แม้เราคาดว่าไตรมาส 3/2561 จะเป็นอีกไตรมาสที่กำไรสุทธิของ CPALL จะอ่อนตัว แต่เราคาดว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะยังอยู่ในแนวบวก อย่างไรก็ดีเราคาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/2561 หนุนจากบรรยากาศการบริโภคที่ดีขึ้นตามการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีรายได้ระดับต่ำและ ความคาดหวังต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง

2. หุ้นที่อิงกับ Investment Cycle

PTTGC แม้ความน่าสนใจของกลุ่มโรงกลั่นจะลดน้อยลงจากแรงกดดันของค่าการกลั่น (GRM) แต่ ในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นทั้งหมด ชอบ PTTGC มากที่สุดเนื่องจากเป็นบริษัทตัวแทนกลุ่มต้นน้ำ กอปรกับมีส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นที่น้อย และไม่มีการผลิตน้ำมันเบนซิน ขณะที่ประเด็นความเสียหายจากวัตถุดิบคงคลังในระบบของ GGC หายไปมูลค่ารวม 2.1 พันลบ. จะกระทบต่อ PTTGC เพียงเล็กน้อย คงคำแนะนำซื้อ

TISCO เริ่มเห็นการเติบโตของสินเชื่อสมหวัง แม้จะมีอัตราส่วนต่อสินเชื่อรวมจะค่อนข้างต่ำ แต่ GPM สูงถึงเกือบ 60% เราคาดว่ากำไรของสินเชื่อสมหวังจะคิดเป็น 1.1 บาท ของ EPS รวมในปี 2561 และคาดจะเติบโตขึ้นแข็งแกร่งที่ระดับ 30-40% ต่อปี ขณะที่ TISCO ถือเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงโดยเงินปันผลคาดหวังในปีนี้อยู่ที่ 5.92% และ 6.22% ในปีหน้า เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" TISCO ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 100 บาท

 

Strategist

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

ศักดิ์สิทธิ์ ผลมานะ

Assistant analyst

 

KS Research Team

 

Kasikorn Securities PCL

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 20 ก.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday7788
mod_vvisit_counterYesterday27025
mod_vvisit_counterAll days80937581

We have: 339 guests online
Your IP: 54.159.44.54
 , 
Today: Nov 16, 2018

4258640