Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 04 May 2017 09:13

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ที่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ ขณะที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และส่งสัญญาณว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้ ทั้งนี้ แถลงการณ์ Fed ระบุว่า เศรษฐกิจได้ชะลอตัวลง ขณะที่การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี Fed คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกระเตื้องขึ้นในช่วงต่อไปในปีนี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ Fed คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งในปีนี้

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาคบริการในเดือนเมษายนการขยายตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57.5 จากระดับ 55.2 ในเดือนมาคม ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคบริการจะปรับตัวสู่ระดับ 55.8 ทั้งนี้ ภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 88  โดยดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว

Automatic Data Processing Inc. (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ รายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่ง ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 175,000 ตำแหน่ง โดยบริษัทในภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่ง ส่วนภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 12,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนในเดือนมีนาคมได้รับการทบทวนปรับลดลงสู่ระดับ 255,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่ 263,000 ตำแหน่ง

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

ตลาดการเงินให้มุ่งให้ความสนใจไปที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงานที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ (5 พ.ค.) ซึ่งผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.6%

 

ยุโรป: ยูโรโซน

สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า เศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส 1/2560 ขยายตัว 0.5% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ดี ยังคงมีความกังวลต่อผลกระทบจากการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาส 1 ชะลอตัวลงสู่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.7% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว

 

เยอรมนี

สำนักงานด้านแรงงานของรัฐบาลกลางเยอรมนีเปิดเผยว่า การว่างงานในเดือนเมษายนลดลง 15,000 ตำแหน่ง สู่ 2.543 ล้านตำแหน่ง โดยลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดไว้ว่าการว่างงานอาจลดลง 12,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานที่มีการปรับทบทวนแล้วยังคงอยู่ที่ 5.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การรวมประเทศเยอรมนีในปี ทั้งนี้ การลดลงเกินคาดดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งจะยังคงหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ และหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

 

อังกฤษ

นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีผู้ดูแลด้าน Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป) ของอังกฤษกล่าวในวันนี้ว่า อังกฤษจะไม่จ่ายเงิน 1 แสนล้านยูโรเพื่อออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) รายงานว่า อียูเตรียมที่จะเรียกร้องให้อังกฤษจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว

 

อื่นๆ OPEC

สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) จะปรับลดการผลิตน้ำมันลงในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียยังคงผลิตน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมาย และไนจีเรียกับลิเบียปรับลดการผลิตน้ำมันลง โดยเป็นผลจากการปิดซ่อมแซมและเหตุการณ์ไม่สงบในสองประเทศนี้ อย่างไรก็ดี แองโกลาปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมัน ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็ผลิตน้ำมันในระดับที่สูงกว่าที่เคยประเมินกันไว้ โดย OPEC สามารถผลิตน้ำมันได้ 31.97 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายราว 220,000 บาร์เรลต่อวัน  และปัจจัยนี้ส่งผลให้อัตราการให้ความร่วมมือของกลุ่มโอเปกต่อข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันร่วงลงสู่ระดับ 90% ในเดือนเมษายน จาก 92% ในเดือนมีนาคม ก่อนหน้านี้กลุ่ม OPEc เคยให้สัญญาว่าจะปรับลดการผลิตน้ำมันลงราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีนี้ ซึ่งถือเป็นการทำข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ทางด้านประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกให้สัญญาว่าจะปรับลดการผลิตลงราว 600,000 บาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ อัตราการให้ความร่วมมือที่ระดับ 90% นี้ยังคงอยู่สูงกว่าอัตราการให้ความร่วมมือในปี 2009 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายก็ระบุว่า อัตราการให้ความร่วมมืออยู่ที่ระดับสูงกว่า 90% ในปี 2017 โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า อัตราการให้ความร่วมมืออยู่สูงเป็นประวัติการณ์

 

เอเชีย: จีน

จีนแสดงความพึงพอใจต่อการที่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ใช้จุดยืนที่อ่อนลงในเรื่องทะเลจีนใต้ในการประชุมสุดยอดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจีนระบุว่า การปรับจุดยืนให้อ่อนลงในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ความพยายามในการลดความตึงเครียดกำลังประสบความสำเร็จ อาเซียนตัดถ้อยคำเกี่ยวกับ "การถมทะเลและการทำให้เป็นเขตทหาร" ออกไปจากแถลงการณ์ของประธานอาเซียนในปีนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดของอาเซียนที่กรุงมะนิลา เคยมีการบรรจุถ้อยคำดังกล่าวเข้าไปในแถลงการณ์อาเซียนในปีที่แล้ว นักการทูตสองคนในอาเซียนกล่าวว่า จีนได้กดดันฟิลิปปินส์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ ให้ตัดกิจกรรมของจีนในทะเลจีนใต้ออกจากวาระการประชุมอย่างเป็นทางการของอาเซียน โดยทะเลจีนใต้ถือเป็นช่องทางเดินเรือที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์  จีนไม่ได้เป็นสมาชิกอาเซียน และไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของอาเซียน แต่จีนให้ความสนใจเป็นอย่างมากต่อเนื้อหาในแถลงการณ์ของอาเซียน  ทั้งนี้อาเซียนประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตของฟิลิปปินส์ได้หารือกันทางโทรศัพท์ในวันพุธเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

 

ซีเรีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียได้หารือกันทางโทรศัพท์ในวันอังคาร ในขณะที่ทั้งสองพยายามลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น หลังจากสหรัฐดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อสนามบินของรัฐบาลซีเรีย ซึ่งถือเป็นพันธมิตรของรัสเซีย โดยทั้งสองแสดงความต้องการที่จะให้มีการหยุดยิงในซีเรีย และต้องการให้มีการจัดตั้งเขตปลอดภัยสำหรับผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองในซีเรีย ผู้นำทั้งสองหารือกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐโจมตีสนามบินของรัฐบาลซีเรียในเดือนเม.ย. โดยผู้นำทั้งสองได้วางพื้นฐานสำหรับการประชุมแบบพบหน้ากันเป็นครั้งแรกของทั้งสองในเดือนก.ค.ด้วย โดยการประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครฮัมบวร์กในเยอรมนีในวันที่ 7-8 ก.ค. ทำเนียบขาวและรัฐบาลรัสเซียออกแถลงการณ์ที่บ่งชี้ว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือกันอย่างสร้างสรรค์ โดยประเด็นในการหารือครั้งนี้รวมถึงเรื่องเกาหลีเหนือ

 

ไทย

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก คาดการส่งออกในไตรมาส 2/60 จะขยายตัวได้ถึง 5% เนื่องจากคู่ค้าในต่างประเทศเร่งซื้อสินค้า เพื่อทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดต่ำลงอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสภาผู้ส่งออกยังกังวลกับการส่งออกในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐทำให้มองว่า การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวจากครึ่งปีแรก โดยคาดการส่งออกทั้งปี 60 จะขยายตัวในกรอบ 2.5-3.5% ก่อนหน้านี้ สภาผู้ส่งออกคาดว่า การส่งออกไทยในปีนี้จะเติบโตได้ 2-3% ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 60 เป็นขยายตัว 2.0-3.5% จากเดิมคาดโต 1-3% หลังการส่งออกในไตรมาสแรกที่ผ่านมาออกมาดีกว่าคาด ทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่า ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่าการส่งออกจะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านปริมาณการส่งออก

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ (3 พค.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ที่แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก่อนเสร็จสิ้นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันซึ่งสิ้นสุดในคืนนี้ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่รายงานออกมาช่วงนี้ส่วนใหญ่ก็ชี้ว่าเศรษฐกิจขยายตัวชะลอลง อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าในช่วงค่ำหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งธนาคารกลางสหรัฐลงมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75-1% ตามคาดแต่เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าเฟดยังมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

- ดอลลาร์/เยน วันพธ (3 พค.)  เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้เนื่องจากช่วงนี้ความต้องการเงินเยนน้อยลง โดยนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับเรื่อง US Government Shutdown ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันซึ่งสิ้นสุดในคืนนี้ซึ่งมีการคาดการณ์กันส่วนใหญ่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาว่าการแถลงหลังการประชุมจะมีความชัดเจนมากขึ้นหรือไม่เรื่องแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยดอลลาร์สหรัฐฯยังแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงค่ำหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งลงมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75-1% และย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ว่าเฟดยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ (3 พค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้โดยคืนนี้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสสองคนคือนายเอ็มมานูเอล มาครงซึ่งเป็นนักการเมืองสายกลาง และนางมารีน เลอ แปง ผู้นำฝ่ายขวาจัด จะโต้วาทีกันในรายการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ก่อนที่ฝรั่งเศสจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.นี้ ขณะที่ผลสำรวจความเห็นชาวฝรั่งเศสระบุว่านายมาครงจะได้คะแนนนิยมสูงกว่านางเลอ แปนประมาณ 20% ขณะที่ในช่วงค่ำดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพุธ (3 พค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติตรึงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และนักลงทุนปรับตัวรับการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.04% สู่ระดับ 20,957.90, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.13% สู่ระดับ 2,388.13 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง  0.37% สู่ระดับ 6,072.55

- ตลาดหุ้นเอเซีย วันพุธ (3 พค.)  ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันที่ 3-5 พ.ค.เนื่องในวันหยุดประจำชาติของญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันหยุดประจำชาติ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดลดลง 0.25% ในขณะที่นักลงทุนกังวลกับการที่จีนคุมเข้มกฎระเบียบ และกังวลกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 3 พค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงเช้า โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นเวลาสองวันซึ่งสิ้นสุดในคืนนี้ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม ทั้งนี้นักลงทุนรอดูการแถลงหลังการประชุมเพื่อหาความชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวลดลงส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX อยู่ที่ระดับ 1,564.12 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับในวันอังคาร

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 พ.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday9815
mod_vvisit_counterYesterday31808
mod_vvisit_counterAll days69813554

We have: 665 guests online
Your IP: 54.81.131.189
 , 
Today: Oct 20, 2017

4106168