Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ม. มหิดล จับมือ ไทยพาณิชย์ ยกระดับห้องเรียนออนไลน์
ม. มหิดล จับมือ ไทยพาณิชย์ ยกระดับห้องเรียนออนไลน์ PDF Print E-mail
Thursday, 23 July 2020 16:23

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าสนับสนุนโครงการ Smart University สร้างระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อยกระดับการศึกษาต่อเนื่อง จับมือ มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อยอดโครงการ “Mahidol Digital Convergence University” ของมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้กับภาคการศึกษา ร่วมกันพัฒนาศักยภาพ ห้องเรียนเสมือนจริงในรูปแบบ Virtual Platform ที่ล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด Study Anywhere รองรับการเรียนการสอนและการประชุมระยะไกลจากทั่วโลก ประกาศเปิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ตอบโจทย์โลกการศึกษารองรับวิถีใหม่ หรือ New Normal อย่างไร้รอยต่อ อีกขั้นแห่งความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างสององค์กรเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลก

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากรูปแบบเดิมมาเพื่อรองรับวิถีใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในระยะที่ผ่านมาก็ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของระบบการเรียนการสอนและการทำงานให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยปลอดภัยและมีระยะห่างทางสังคม ซึ่งเทคโนโลยีหลายตัวเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ และทดลองใช้ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานจริง ทั้งนี้ในปีการศึกษา 2563 ที่กำลังจะเปิดในเดือนสิงหาคม มหาวิทยาลัยได้วางมาตรการระยะสั้นรองรับการศึกษาวิถีใหม่สำหรับภาคการศึกษาแรกปี 2563 โดยจะจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ให้สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคนผ่านห้องเรียนเสมือนจริง ในรูปแบบ Virtual Platform ที่มีการพัฒนาร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับนักเรียนชั้นปีอื่นก็จะมีการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ตามความเหมาะสม สำหรับมาตรการระยะยาวนั้นทางมหิดลได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มมากขึ้น พร้อมอบรมพัฒนาศักยภาพอาจารย์ผู้สอน พัฒนาเทคนิคการสอนออนไลน์ให้อาจารย์ รวมถึงประเมินอาจารย์เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ใกล้เคียงการเรียนการสอนแบบในห้องเรียนจริง (In-person learning environments) ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษา และบุคลากร จะมีความสามารถทางดิจิทัลเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกสถานการณ์

นายภานุ โชติประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Corporate Banking 2 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ผนึกกำลังนำศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของทั้งสององค์กรร่วมกันสร้างระบบนิเวศทางด้านดิจิทัลให้กับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Smart University นับตั้งแต่ปี 2561 ได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในทุกมิติและขยายโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ทุกพื้นที่ ทุกวิทยาเขตและเข้าถึงนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยทั้งหมด กว่า 67,000 คน วันนี้วิสัยทัศน์ที่เดินหน้าร่วมกันตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่สถาบันการศึกษาจะต้องปิดดำเนินการชั่วคราว สามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วย Virtual Platform ห้องเรียนเสมือนจริงที่สามารถทดแทนประสบการณ์การเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เชื่อมโยงการเรียนการสอนและการประชุมระยะไกลระหว่างวิทยาเขตและเขตพื้นที่ต่างๆ รวมถึงการประชุมกับสถาบันในต่างประเทศ สร้างมิติใหม่ทางการศึกษาให้กับประเทศไทย ทั้งนี้ การใช้ Virtual Platform เพื่อสนับสนุนห้องเรียนเสมือนจริงเป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมหิดลก้าวสู่มหาวิทยาลัยแถวหน้าของโลก และเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีสากล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดท้าทายให้ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับตัวรับกับบริบทใหม่ที่แตกต่างไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง มหาวิทยาลัยมหิดลจึงกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Digital Convergence University โดยการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกันออกแบบและสร้างระบบนิเวศทางด้านดิจิทัลให้พร้อมเข้าสู่ระบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งนำมาสู่การริเริ่มโครงการมากมายตามมา หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนา Virtual Platform ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กร ได้รับการพัฒนาร่วมกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 โดยเริ่มจากการวางระบบเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่และวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย ศาลายา กาญจนบุรี นครสวรรค์ และอำนาจเจริญ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมระบบ Interactive สำหรับอาจารย์และนักศึกษา และเนื่องด้วยความจำเป็นในการเว้นระยะห่างทางสังคมช่วงสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับระบบนิเวศดิจิทัลที่ได้ร่วมกันวางรากฐานและสร้างความคุ้นเคยสำหรับการใช้งานก่อนหน้านี้ ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Wifi ครอบคลุมทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย และแอปพลิเคชัน We Mahidol ที่ช่วยให้นักศึกษาและบุคลากรเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ ผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างสะดวกนั้น มีผลสนับสนุนให้การพัฒนารูปแบบ Virtual Platform ที่จัดทำไว้เพื่อรองรับการเรียนการสอนในต่างพื้นที่ ต่างวิทยาเขตสามารถนำมาใช้ทดแทนการเรียนของทุกชั้นเรียนภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้ในทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปลดล็อคข้อจำกัดสำหรับการเรียนการสอนข้ามประเทศ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันได้แบบเรียลไทม์ ทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดลทุกคนยังคงได้รับความรู้อย่างเต็มศักยภาพแบบเสมือนอยู่ในห้องเรียน

ทั้งนี้ Virtual Platform ที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์ทั้งเพื่อประโยชน์ด้านการเรียนการสอน การอบรม การประชุม สามารถรองรับการใช้งานของอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ได้อย่างเสถียรและคล่องตัว ช่วยให้การเรียนทางไกลเป็นเรื่องง่าย  ดีต่อคุณภาพชีวิต และลดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 มหาวิทยาลัยมหิดลได้สร้างประสบการณ์ห้องเรียนเสมือนจริง ผ่านโปรแกรม Webex ไปแล้วกว่า 65,000 ชั้นเรียน/ห้องประชุม มีจำนวนการ Join เข้าเรียน/เข้าประชุมกว่า 750,000 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับวิถีการศึกษาแห่งอนาคตในบริบทใหม่ผ่านห้องเรียนเสมือนจริงได้อย่างกลมกลืน และขณะนี้กำลังขยายขอบเขตไปยัง Co Working  และ Co Learning Space ที่เปิดให้บุคลากร และนักศึกษา สามารถเชื่อมโยงกันผ่าน Virtual Platform ด้วย Webex รวมถึงการต่อยอดแอปพลิเคชัน We Mahidol เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาเรียนรู้และประชุมโดย log in ผ่านระบบออนไลน์อย่างสะดวกและคล่องตัว ตอกย้ำถึงศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาไทย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Mahidol University and SCB team up for ‘new normal’ on-line ‘study anywhere’ virtual classroom for academic year 2020

In reaffirming its commitment to supporting the Smart University concept and creating digital technology to continue leveling up education, Siam Commercial Bank has teamed up with Mahidol University in bringing the “Mahidol Digital Convergence University” forward another step. Created under the ‘study anywhere’ concept, this collaborative effort is a major innovative revolution for the education sector, with the development of classrooms on a cutting-edged virtual platform compatible with remote learning and meetings from around the world.  Scheduled for launch in time for academic year 2020, the new on-line classes will seamlessly support the transition to a new normal in education.  This development truly demonstrates another milestone in the successful collaboration between these two organizations to place Mahidol University among world-class universities.

Speaking about the new collaborative effort, Professor Banchong Mahaisavariya, M.D., President of Mahidol University, said that, “The COVID-19 pandemic has forced universities to quickly and effectively adapt traditional learning and teaching to our ‘new normal’ way of life.  Recently, the university has adopted technologies to strengthen its teaching, learning and daily operations to ensure that it can continue activities safely while maintaining social distancing. Several technologies have previously been experimented with and tested by the university, but the COVID-19 pandemic has been a catalyst speeding up implementation for real use.  In the coming academic year 2020 starting in August, on-line classrooms will be arranged for all freshmen on a virtual platform jointly developed with Siam Commercial Bank.  Classrooms for students in other classes will be combined both on-line and off-line as deemed appropriate.  For long-term measures, the university plans to adopt more digital technology, while conducting more training for lecturers, allowing them to up-skill their potential, teaching techniques, and assessments to ensure that the teaching they offer is the same quality as employed in-person learning environments.  This will help ensure that the university, students, and staff will be able to use digital technology to respond to changes in any situation.”

Mr. Parnu Chotiprasidhi, Executive Vice President of Corporate Banking 2, Siam Commercial Bank, noted that Siam Commercial Bank and Mahidol University have working together since 2018 to adapt the strong technological capabilities of both firms to create a digital ecosystem in a bid to raise the bar for the university becoming a Smart University. Mahidol has started to embrace technologies to transform the ecosystem in all aspects and enlarge our infrastructure in all areas, and all campuses, while offering access to over 67,000 students and university staff members.  Today, the vision mutually adopted throughout the past two years has brought our goal to reality.  It will serve as the key to supporting Mahidol University’s learning and teaching amid the ongoing COVID-19 pandemic, which has prompted educational institutions to temporarily halt in-person classes.  The move will ensure that learning activities can be continued to the fullest extent under a virtual platform, which can act as a substitute for classroom learning experience.  The system will also be capable of connecting remote learning and meetings among campuses in different areas, including remote conferences with institutions abroad.  This effort has undoubtedly created a new prospect for education in Thailand.  The implementation of a virtual platform to support virtual classrooms is part of several projects sponsored by SCB, all with the goal of placing Mahidol University in the forefront of world-class universities and helping it become a prototype driving other universities in Thailand to international recognition.

Asst. Prof. Dr. Thatchavee Leelawat, Acting Vice President for Information Technology and Kanchanaburi Campus of Mahidol University, said that drastic technology advancement has forced the educational sector to adjust to suit a new context that is completely different from the past.  It is also necessary for Mahidol University to determine strategic moves to become a Digital Convergence University. With SCB’s support, we have worked closely together to design and create digital technology ready for active learning, leading to many other projects.  One of the important projects is the development of a virtual platform, which is a common vision shared by our two organizations.  The project to create on-line classrooms, including an interactive system for lecturers and students, was being jointly developed even before the COVID-19 outbreak, starting from laying down an infrastructure enabling the connection of Mahidol’s Salaya, Kanchanaburi, Nakhon Sawan, and Amnat Charoen campuses.  This digital ecosystem allows users to familiarize themselves with the system, the WiFi internet network covering all university areas, and the We Mahidol Application providing students and university staff convenient access to news updates and learning via the digital platform. This existing system can be instantly kicked off to effectively replace in-person classrooms under social distancing measures.  The system is capable of eliminating the constraints of cross-border learning, allowing learners and lecturers to interact and exchange knowledge in  real time.  All students can continue their lessons to the fullest extent as if they are in real classrooms.

The virtual platform can truly accommodate learning, training, conferences for professors, staff, and students, simplifying remote learning, enhancing the quality of life, and reducing expenses.  Since the emergence of the COVID-19 outbreak, Mahidol University has created over 65,000 virtual classrooms/conferences via its Webex programs, with participants joining over 750,000 sessions during a three-month period (April – June 2020).  This development reflects our seamless adaptive capability for education of the future under a new virtual classroom context.  The project is now expanding to cover co-working and co-learning spaces, allowing staff and students to connect via the virtual platform with Webex.  It will extend the capability of the We Mahidol Application, enabling users to attend classes or meetings by conveniently logging in via an on-line system.  These achievements reaffirm the strong technologies and academic excel of Thai universities.

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday8935
mod_vvisit_counterYesterday33989
mod_vvisit_counterAll days91557087

We have: 525 guests online
Your IP: 18.207.98.97
 , 
Today: Aug 13, 2020

6129368