Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ประกันเบอร์หนึ่ง”วิริยะ-AGL”ผนึกทัพนักขาย 2ฝั่งโขงรับAEC
ประกันเบอร์หนึ่ง”วิริยะ-AGL”ผนึกทัพนักขาย 2ฝั่งโขงรับAEC PDF Print E-mail
Wednesday, 31 October 2012 20:35

 ตลาดประกันภัยรถยนต์ไทย-ลาวคึกคัก  ยักษใหญ่ประกันโลกกลุ่มอลิอันซ์ส่งสัญญาณบริษัทลูกในลาวAGL ขยายแนวรบการตลาดเต็มสตีมรับAEC  ด้วยการจับมือวิริยะประกันภัย เปิดยุทธการนักขาย 2 ฝั่งโขง “1 ตัวแทน 2 ประเทศ”ขายประกันภัยได้ทั้งกรมธรรม์ไทยและลาว ขณะที่ความร่วมมือด้านบริการสินไหมก้าวไปไกลกว่า  วิริยะประกันภัยจัดทีมเคลมไปจ่ายถึงที่เกิดเหตุในสปป.ลาว ล่าสุดมอบสินไหม 75 ล้านกีบที่เขื่อนน้ำงึม

นายณัฐพงศ์ บุญเย็น รองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 2 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตนและคณะได้เดินทางเข้าไปในสปป.ลาว เพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ประสบภัยที่ถูกรถยนต์ที่ทำประกันภัยกับวิริยะประกันภัยเฉี่ยวชนที่โรงพักน้ำงึม แขวงเวียงจันทร์ และได้เข้าร่วมประชุมกับกลุ่มผู้บริหารของบริษัท ประกันภัย สปป.ลาว (Assurances Generales du Laos : AGL)เพื่อหารือถึงความร่วมมือทางการค้า

 

สาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ทางวิริยะประกันภัยได้แจงถึงความพร้อมในการเข้าไปอบรมความรู้ด้านบริการสินไหมทดแทนให้กับตัวแทนของAGLที่ประจำอยู่ทั้ง 17 แขวงทั่วสปป.ลาว ซึ่งจะทำให้AGL เป็นบริษัทประกันภัยลาวแห่งแรกที่มีความพร้อมในการบริการเคลมสินไหมให้กับผู้เอาประกันภัยในทุกพื้นที่ในสปป.ลาว  และแน่นอนย่อมที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยของวิริยะประกันภัยที่นำรถยนต์ไปวิ่งในสปป.ลาวด้วย

 

ขณะที่ทางAGL ได้แจ้งความต้องการให้ทราบว่าทางบริษัทแม่ที่สิงค์โปร์ได้มีนโยบายให้AGLเร่งสร้างความพร้อมในทุกด้านในการรองรับตลาดประกันภัยที่จะขยายตัวเป็นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)

 

ดังนั้นทางAGLจึงขอความร่วมมือมายังวิริยะประกันภัย เพื่อให้พิจารณาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้สำนักงานตัวแทนของบริษัทวิริยะประกันภัยที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-ลาว ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการประกันภัยของAGLควบคู่ไปด้วย โดยเป็นทั้งศูนย์ให้ข้อมูลข่าวสารด้านประกันภัยและจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยของAGL และไม่จำกัดเฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยรถข้ามแดนหรือกรมธรรม์รถยนต์ภาคสมัครใจ แต่ให้รวมไปถึงกรมธรรม์อื่นๆด้วย

 

นายณัฐพงศ์เปิดเผยต่อไปอีกว่า การให้ตัวแทนขายประกันวินาศภัยของวิริยะประกันภัยขายกรมธรรม์ประกันภัยของAGL ซึ่งเสมือนหนึ่งเป็น” 1 ตัวแทน 2 ประเทศ” จากการศึกษาข้อกฎหมายประกันภัยทั้ง 2 ประเทศแล้ว ไม่น่าจะมีข้อจำกัดอย่างไร อีกทั้งในข้อเท็จจริงของตลาดประกันภัยในสปป.ลาว ทางตัวแทนขายประกันฝั่งลาวได้ทำหน้าที่ขายประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัยไทยมานานแล้ว

 

แต่การขอความร่วมมือจากAGL ในครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการผนึกทีมงานขายกันอย่างเป็นทางการ โดยตัวแทนขายประกันวินาศภัยในสังกัดของวิริยะประกันภัยจะได้รับการอบรมโดยตรงจากฝ่ายฝึกอบรมของAGL ซึ่งจะทำให้ตัวแทนของวิริยะประกันภัยมีความรู้จริงในตลาดประกันภัยลาว และให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้องว่า การเดินทางไปในประเทศลาวนั้น ควรมีประกันภัยคุ้มครองอะไรบ้างและมากน้อยแค่ไหน

 

นายณัฐพงศ์เปิดเผยอีกว่า ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้แม้แต่คนไทยที่เดินทางเข้าออกสปป.ลาวอยู่บ่อยครั้ง ยังไม่รู้จริงว่าการเดินทางและอยู่อาศัยในสปป.ลาวควรมีความคุ้มครองอะไรบ้าง โดยเฉพาะการประกันภัยรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อประกันภัยราคาถูกเอาไว้ก่อน แต่ในข้อเท็จจริงต้องเลือกซื้อประกันภัยที่มีความคุ้มครองสูงเพราะการเกิดอุบัติเหตุในสปป.ลาวนั้น ถ้าเป็นฝ่ายผิดจะถูกเรียกร้องค่าเสียหายในวงเงินสูงมาก และถ้าไม่มีเงินจ่ายทางตำรวจสปป.ลาวจะกักขังผู้ขับขี่ไว้ก่อนจนกว่า สามารถเจรจาให้ผู้เสียหายพึงพอใจในสินไหมทดแทนที่ได้รับความไม่รู้จริงในเรื่องนี้ทำให้สถิติผู้ขับขี่รถยนต์คนไทยในลาวถูกกักขังระหว่างรอการเจรจามีสูงมาก จนทำให้ทางสถานทูตไทยต้องออกประกาศเตือนเรื่องการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าการซื้อประกันภัยแต่ละครั้งนั้น ต้องเลือกซื้อความคุ้มครองในทุนประกันที่สูง เพราะเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว จะถูกเรียกร้องค่าเสียหายอยู่ที่หลักแสนบาทถึงหลักล้านบาท

 

นายณัฐพงศ์กล่าวชี้แจงถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า อย่างกรณีของรถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัยคือรถยนต์บรรทุกแร่ของบริษัทแดนสวรรค์ ซึ่งวิ่งรับส่งแร่จากเหมืองที่เขื่อนน้ำงึมมายังแหลมฉบัง ได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถรับจ้างสาธารณะมีผู้บาดเจ็บหลายราย ปรากฏว่าผู้เสียหายแต่ละรายเรียกค่าเสียหายในอันตราที่สูงมาก โดยบางรายเรียกสูงถึง 350 ล้านกีบ

 

กรณีนี้เป็นเรื่องโชคดีที่วิริยะประกันภัยได้มีบันทึกความร่วมมือกับAGL ในเรื่องการบริการสินไหมประกันภัยมาก่อนหน้านั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่สินไหมของAGLได้เข้าไปเจรจาได้อย่างทันท่วงที ประกอบกับผู้เสียหายเห็นว่าAGL เป็นบริษัทประกันภัยของรัฐบาลและใหญ่ที่สุดในลาวและรวมไปถึงรถยนต์คันนี้มีประกันภัยกับวิริยะประกันภัยซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงเกิดความเชื่อถือ ส่งผลให้ผู้ขับขี่ไม่ถูกกักขังตามกฎหมายของสปป.ลาว เพราะค่าเสียหายตกลงกันได้

 

“จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทางวิริยะประกันภัยต้องตั้งทีมงานสินไหมขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ไปจ่ายสินไหมทดแทนถึงสปป.ลาว แทนที่จะเลือกใช้วิธีการส่งเงินไปให้ทางทีมงานของAGLจ่ายแทน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ประสบภัยจากรถยนต์ที่ทำประกันภัยกับวิริยะประกันภัยและAGL ตลอดไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจของโรงพักต่างในสสป.ลาว เกิดความเชื่อมั่นว่าต้องได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่จากระบบประกันภัยของทั้ง 2 บริษัท” นายณัฐพงศ์กล่าวในที่สุด

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1130
mod_vvisit_counterAll days1130

We have: 1128 guests online
Your IP: 216.73.217.69
Mozilla 5.0, 
Today: Jul 05, 2026

8199496