| อีไอซีชี้Brexit อิสรภาพที่ทวีความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและสร้างรอยร้าวใน EU |
|
|
|
| Friday, 24 June 2016 18:25 | |||
|
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง Brexit อิสรภาพที่ทวีความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและสร้างรอยร้าวใน EU โดยระบุว่า วันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. หลังจากชาว UK กว่า 33.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 72.16% เดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงประชามติ Brexit ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยล่าสุด นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของ UK ได้ประกาศผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการว่า UK ต้องการสิ้นสุดสมาชิกภาพจาก EU ด้วยผลการโหวตที่เชือดเฉือนชนะกันด้วยคะแนนเสียง 52% ต่อ 48% พร้อมทั้งประกาศลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี
กลุ่มประเทศ ความตื่นตระหนกของตลาดหลังเริ่มนับคะแนนเสียงถึงทราบผล ผลกระทบในระยะถัดไป UK · GBP/USD: ↓ (9.46%) · FTSE: ↓ (8.67%) · ในระยะสั้น ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เตรียมพร้อมในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อรองรับปัญหาการขาดสภาพคล่อง · ในระยะยาว คาดว่าเศรษฐกิจ UK อาจหดตัวถึง 3-10% ภายในปี 2030 จากอุปสรรคทางการค้าการลงทุน รวมถึงการเคลื่อนย้ายของเงินทุนและแรงงาน ทั้งนี้ ระดับความรุนแรงของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงใหม่ระหว่าง UK และ EU โดยมีเวลาอย่างน้อยอีก 2 ปี ก่อนจะสิ้นสุดสมาชิกภาพ EU · EUR/USD: ↓(3.54%) · Euro Stoxx: ↓(10.84%) · การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของ EU อาจชะลอลง จากความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่สั่นคลอน และตลาดการเงินที่ผันผวน โดยอีไอซีมองว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ · Brexit เพิ่มความเสี่ยงที่ประเทศสมาชิกอื่นใน EU จะมีการจัดทำประชามติในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ จากผลสำรวจพบว่าหากมีการจัดทำประชามติในอิตาลี ฝรั่งเศส และสวีเดน ประชาชนมากกว่า 40% จะสนับสนุนการแยกตัวออกจาก EU สหรัฐฯ · USD Index: ↑(3.21%) · S&P 500: ↓(4.67%) · ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจการเงินโลกน่าจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ส่งผลให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้นั้นเป็นไปได้ยาก ญี่ปุ่น · JYP/USD: ↑(3.97%) · Nikkei: ↓(5.40%) · ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) น่าจะออกนโยบายระยะสั้นเพื่อรองรับการแข็งค่าของเงินเยน แม้ว่าจะเคยประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก็ตาม ไทย · THB/USD: ↓(0.85%) · SET: ↓(1.76%) · ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรงนั้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมูลค่าการส่งออกจากไทยไป UK อยู่ที่เพียง 2% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ผู้ส่งออกไก่แปรรูปที่มีตลาดหลักอยู่ใน UK และ EU จะได้รับผลกระทบรุนแรง นอกจากนี้ ผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ยังต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่ ผันผวน รวมถึงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเยนที่แข็งค่าขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้นำเข้า · เงินบาทจะอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากการไหลออกของเงินทุนในระยะสั้นซึ่งจะมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากไทยมีเสถียรภาพทางการเงินที่ค่อนข้างมั่นคงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลในระดับสูง และเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่ง · ในระยะยาว อีไอซีมองว่า Brexit เปิดโอกาสให้ไทยสามารถต่อรองทางการค้ากับ UK โดยตรงได้มากขึ้น แต่หากเศรษฐกิจ UK และ EU ซบเซาเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ นักธุรกิจไทยยังต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการที่ต้องแยกประสานงานกับ UK และ EU
โดยสรุปแล้ว ผลการลงประชามติครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลกบนพื้นฐานความเปราะบางที่มีอยู่เดิม โดยความเสี่ยงส่วนใหญ่อยู่ที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจของ UK และ EU ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภูมิภาคอื่นๆ จากช่องทางการค้าและตลาดการเงิน อันจะนำมาซึ่งการตอบโต้ในเชิงนโยบายจากประเทศต่างๆ ทั้งนี้ นอกเหนือจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบรุนแรงในเชิงสังคมและการเมือง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวใน EU ด้วย
|






![]() | Today | 1155 |
![]() | All days | 1155 |
Comments