Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรสุทธิไตรมาส1ปี2562จำนวน9,028ล้าน
ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรสุทธิไตรมาส1ปี2562จำนวน9,028ล้าน PDF Print E-mail
Thursday, 18 April 2019 21:51

อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับที่ร้อยละ 3.8 ลดลงจากร้อยละ 4.1  ในปี 2561 ท่ามกลางภาวะการชะลอตัวของการค้าโลกและความเสี่ยงจากนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ การส่งออกในสองเดือนแรกของปีชะลอลง  ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันการผลิตในอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก ส่งผลให้กิจกรรมการผลิตในประเทศโดยรวมลดลง อย่างไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัว สอดคล้องกับรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตรกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไป ถึงแม้ว่าความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเพิ่มขึ้นจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน นอกจากนี้ นโยบายเพื่อเพิ่มกำลังซื้อของครัวเรือนซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ จะช่วยสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2562 ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 9,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.3 จากไตรมาส 1 ปี 2561 โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.34 เป็นร้อยละ 2.48 ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 28.3 สาเหตุหลักจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง จากผลของการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และจากค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อ  สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 3.1 และมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานที่ร้อยละ 42.6

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,029,810 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.6 จากสิ้นปี 2561 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.5 และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ร้อยละ 189.0

ด้านเงินกองทุน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องแนวทางการระบุและกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบ (Domestic Systemically Important Banks: D-SIBs) ซึ่งกำหนดให้ธนาคารในฐานะธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบต้องดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับความเสียหาย (Higher Loss Absorbency) ในรูปของเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยง เพิ่มเติมจากการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำอีกร้อยละ 1.0 โดยให้ทยอยดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนส่วนเพิ่มอีกร้อยละ 0.5 ในแต่ละปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 จนอัตราส่วนเพิ่มเป็นร้อยละ 1.0 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 สำหรับธนาคารหากนับกำไรสุทธิงวดกรกฎาคมถึงธันวาคม 2561 และกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2562 หักด้วยเงินปันผลที่จะจ่ายในเดือนพฤษภาคม 2562 เข้าเป็นเงินกองทุน อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 18.9 ร้อยละ 17.4 และร้อยละ 17.4 ตามลำดับ ทั้งนี้ เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ซึ่งรวมส่วนเพิ่มตาม D-SIBs เรียบร้อยแล้ว

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Bangkok Bank reports first quarter 2019 net profit of Baht 9,028 million

Thailand’s economic growth in 2019 is expected to be 3.8 percent, decreasing from 4.1 percent in 2018. Amid slower world trade and risks from the US trade policies, exports declined for the first two months of the year. This has squeezed manufacturing production of export-oriented sectors, which has led to the fall in overall domestic production activity. Nevertheless, private consumption continued to expand in line with continuous improvement in farm income. Going forward, although downside risks to Thailand’s economic growth are greater given weaker global economy, public policy continuity—including the implementation of infrastructure projects such as the Eastern Economic Corridor (EEC)—will be key to underpinning private sector sentiment. Moreover, policies to improve household purchasing power—which are likely to be implemented by the incoming government—will, to some extent, provide additional support to domestic consumption.

Bangkok Bank and its subsidiaries reported a net profit attributable to owners of the Bank of Baht 9,028 million, a slight increase of 0.3 percent from the first quarter of 2018. Net interest income increased by 6.9 percent and net interest margin increased from 2.34 percent to 2.48 percent. Non-interest income decreased by 28.3 percent due mainly to declines in gains on investments and net fees and service income. The decrease in net fees and service income was due to the exemption of transaction fees via digital channels and lower fees from loan-related services. Operating expenses declined by 3.1 percent and the ratio of expense to operating income stood at 42.6 percent.

At the end of March 2019, the Bank’s loans amounted to Baht 2,029,810 million, a decrease of 2.6 percent from the end of 2018 mainly due to the decline in loans to businesses and consumers. The ratio of non-performing loan (NPL) to     total loans was 3.5 percent, while the ratio of loan loss reserves to NPL was 189.0 percent.

In terms of capital, as per the Bank of Thailand (BOT) announcement of the guidelines for identifying and regulating Domestic Systemically Important Banks (D-SIBs), Bangkok Bank, which is classified as a D-SIB, is required by the BOT to have additional capital to meet the Higher Loss Absorbency (HLA) requirement, which raises the Common Equity Tier 1 ratio by 1.0 percent, beginning with a 0.5 percent increasing from January 1, 2019, rising to 1.0 percent from January 1, 2020 onwards. For the Bank, with the inclusion of net profit for the six months from July to December 2018 and net profit for the first quarter of 2019 minus the May 2019 dividend payment, the total capital adequacy ratio, the Common Equity Tier 1 capital adequacy ratio and the Tier 1 capital adequacy ratio of the Bank and its subsidiaries would be approximately 18.9 percent, 17.4 percent and 17.4 percent, respectively. These capital adequacy ratios are above the Bank of Thailand’s minimum capital requirements and satisfy capital buffer requirement as per the guidelines on D-SIBs.

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday89
mod_vvisit_counterAll days89

We have: 397 guests online
Your IP: 34.236.38.146
 , 
Today: Aug 25, 2019

6089088